วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

สวัสดี ปี ๒๕๕๓

วันนี้เป็นวันดี ที่สะสางงานและเงินให้ทีมงานเรียบร้อยแล้ว
ก็เลยมานั่งนึกว่าเราจะไปไหนดี
แว็ปขึ้นมาในสมองตอนนั้นคือไปวัดพระแก้วและอีก 2-3 วัดใกล้ๆกันนั้น
แต่จากประสพการณ์ปีที่ผ่านๆมาก็เลยมานึกดูว่า
ถ้าเราไปตรงกับวันที่ 31 ธค.-2 มค. คงไม่ดีแน่
เพราะคนแน่นมากถึงมากๆและมากสุดๆ
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเต็มไปหมดผิดจากที่เคยคิดว่า
คนหนีไปเที่ยวต่างจังหวัดหมดในกรุงเทพคงจะโล่งกว่าปกติ
.......
ทีนี้ไหนๆงานเราก็เสร็จแล้วรีบไปกันดีกว่า
ก็ได้ไหว้พระแก้วมรกตสมใจอยากครับ
สำหรับวัดแห่งนี้นะครับผมว่าต่อให้มาทุกวันเป็นปีๆก็ศึกษาได้ไม่หมดแน่ครับ
เพราะเป็นสถานที่ๆรวบรวมศิลปะวิทยาต่างๆของไทยไว้เต็มไปหมด

ออกจากวัดพระแก้วแล้ว ก็ ตรงไปขึ้นเรือข้ามฟาก
ไปต่อกันที่วัดระฆังโฆสิตาราม
หรือที่เรียกง่ายๆว่าวัดสมเด็จโตนะแหละครับ
ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่ผมไปบ่อยที่สุดพอๆกับวัดอินทร์บางขุนพรหม
ตอนจะกลับก็พอดีมีเรือนำเที่ยวมา โดยจะนำเราไปส่งที่
วัดอรุณฯ และวัดกัลยาณมิตรแล้วก็วนกลับมาที่วัดระฆังฯ
ด้วยค่าโดยสารไป-กลับ
30 บาทต่อคน

พอมาถึงวัดอรุณก็ไม่ลงครับนั่งต่อไปถึงวัดกัลยาฯเลย
กะว่าจะแวะวัดอรุณตอนขากลับแล้วข้ามไปท่าเตียนเพื่อจะไปวัดโพธิ์


พระประธานในโบสถ์วัดกัลยาฯครับ
ยิ่งใหญ่อลังการมโหฬารกว่าที่คิด
...............
เหตุที่ไปใหว้พระหนนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากบทความก่อนหน้านี้ครับ
ที่หลงผิดไปรับงานกับคนบางคนเข้า
ก็เลยไปกราบพระประธานที่วัด
เพื่อบอกกล่าว ขอขมาลาโทษ
ต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไป
และการถวายพระ 9 องค์ที่ตั้งใจไว้ก็ยังไม่ครบ
และไม่ทันในสิ้นปี2552นี้
แต่ก็ไม่เป็นไรครับเจตนายังคงเดิมและจิตใจยังพร้อมเสมอ
......
หลังจากนี้ก็ได้เตรียมงานที่จะปั้นพระองค์ใหม่แล้วครับ
ที่นี้จะปั้นตามตำราของครูบาอาจารย์จริงๆเป็นขนบประเพณีนิยมจริงๆ
ไม่ใช่ปั้นตามนิมิตรบิดๆเบี้ยวๆ ของคนบางกลุ่มบางอาชีพ
ไม่เรี่ยไร ทำเสร็จแล้วค่อยบอกกล่าวกับคนรอบตัว
จะไม่ให้พวกหมอดู-ร่างทรงและบรรดาลูกศิษย์
ที่แสวงหาผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างได
เพราะแรกเข้ามาก็ด้วยใจบริสุทธิ์แต่เมื่อมีคนมากเข้า
ก็เริ่มคิดแต่จะทำให้ซ้บซ้อนและซิกแซกเพื่อหวังผลตอบแทนในตอนหลัง

.............
เกี่วยกับงานอื่นที่ทำก็คลิ๊กที่

www.arts-108.blogspot.com

ครับ
.............





วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

พระพุทธรูป(buddha sculpture)


พระพุทธรูป(buddha sculpture)

นี่เป็นองค์ที่ 7 จากจำนวน 9 องค์ครับ
อยู่ที่วัด บางรักใหญ่ ถนนรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี นี่เองครับ
ส่วนอีกสององค์ที่เหลือก็คงจะมีโอกาสนำมาเผยแพร่ในคราวต่อไป
เรื่องอื่นๆก็เข้าดูได้ที่

www.arts-108.blogspot.com

ครับ
..........

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

video

ตั้งแต่ทำพระองค์นี้ถวายวัดเพื่อขอขมาลาโทษ

ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและครูบาอาจารย์

แล้วก็รู้สึกดีมากครับ

เงินเหลือนิดหน่อยก็นำไปบริจาคที่โรงพยาบายสงฆ์

ทีนี้

ในปี 2553 นี้ก็เลยคุยกับเพื่อนที่สนิทกันว่าอยากจะทำพระองค์ใหญ่

หน้าตัก ซัก 30 นิ้ว ก็เลยวางแผนค่าใช้จ่ายและการทำงาน

ก็พอดีมีพี่ที่ให้ปั้นพระพิราพมีน้ำใจช่วยเหลือ

แต่ไม่ใช่เป็นตัวเงินนะครับ

ให้เป็นองค์พระพิราพมาจำนวนหนึ่งเพื่อให้คนบูชา

แล้วนำเงินนั้นมาเป็นทุนในการทำพระ

ซึ่งลายละเอียดพระพิราพผมเคยลงไว้ในบล็อกแล้ว

พระที่จะสร้างปีหน้านี้จะเป็นปางสะดุ้งมารหรือมารวิชัยครับ

วางแผนไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จภายในช่วงเข้าพรรษา2553

ตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยหาที่ถวาย

อยากหาวัดที่ขาดแคลนจริงๆหรือถ้ามีใบบอกบุญจากทางวัดมาก็ดีครับ

ส่วนจำนวนนั้นก็คงแล้วแต่ปัจจัยที่มี

คงไม่น้อยกว่า 3 องค์ในการประเมินคร่าวๆ

..........

ส่วนงานที่ไม่เกียวกับการทำพระก็คลิกที่

http://www.arts-108.blogspot.com/

........

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)













video




พระพุทธรูป(buddha sculpture)




ปกติพระที่นำไปถวายวัดจะทำสีทองครับ




แต่พอดีว่าเงินที่มีคนช่วยทำบุญมานั้น มีเหลือจำนวนหนึ่ง




ก็เลยนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำสีครับ




ผิวขององค์พระนั้นจะเหลือบทองครับ




สีจีวรพระก็จะทำสีกลักเป็นสีของพระวัดป่า




ทีนี้ถ้าองค์ต่อไปก็จะทำสีจีวรพระเป็นสีออกเหลือง




ซึ่งเป็นสีของวัดบ้าน




ส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับการทำพระก็เลือกดูที่บทความด้านข้างนะครับ




หรือจะเข้าไปดูที่




http://www.arts-108.blogspot.com/




ก็ได้ครับ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

หลวงพ่อจี่
24 กย. 2552
ก็หลังจากไปถวายพระที่พักสงฆ์เขาตะแบงครับ
ก็เล่าเรื่องต่างให้อาจารย์หลุยฟัง
ท่านก็อนุโทนาบุญและร่วมทำบุญด้วย
ก็เลยต้องกลับไปรับของที่ทางอาจารย์ท่านเมตตาเตรียมไว้ให้ครับ
แต่ทางผ่านต้องผ่านทางสำนักสงฆ์รางสะแกสูง
ก็เลยแวะเข้าไปกราบหลวงพ่อจี่ก่อน
เพราะงวดที่แล้วเคยไปทอดผ้าป่าและถวายพระร่วมทำบุญกับท่าน


อาจารย์หลุย
พอไปถึงพักสงฆ์เขาตะแบงก็

ถวายพระพุทธรูปปางมารวิชัยอีก 3 องค์

หน้าตัก 4 นิ้วฟุต

ส่วนของที่ท่านอาจารย์ร่วมทำบุญก็เช่น

ผ้าไตร 2 ชุด หนังสือสวดมนต์เล่มใหญ่ตัวโตอ่านง่าย

ซีดีธรรมะ แล้วก็ยาหม่องน้ำ

ก็ปริมาณก็เพียงพอสำหรับทำบุญ 2 วัดละครับ

หลวงพ่อเปิ่น

หลังจากเขาตะแบงแล้วก็แวะวัดบางพระครับ
กราบหลวงพ่อเปิ่น แล้วก็ขึ้นไปกราบหลวงพี่ต้อย


กุฏิหลวงพี่ต้อย
หลวงพี่จัดหิ้งพระใหม่สวยมากครับ
ที่นี่หลวงพี่ต้อยก็เมตตามอบ
เหรียญหลวงพ่อเปิ่นหนึ่งกำมือใหญ่
และพระเนื้อผงอีกเป็นร้อยเหรียญ
สำหรับนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ร่วมทำบุญและแจกบุคคลทั่วไปครับ
............
ส่วนที่ว่าจะถวายพระให้ได้ 9 องค์ในปีนี้นั้นตอนนี้หล่อครบหมดแล้ว
เหลือแต่ทำสี และถวายตามที่ต่างๆให้ครบ
ส่วนอุปสรรคต่างๆไม่มีครับ
ทุกอย่างราบรื่น
เรื่องอื่นๆก็ติดตามจาก
ครับ

.............

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)







๓/๙ , และ ๔/๙


สองรูปที่เห็นนี้เป็นพระพุทธรูปที่จะนำไปถวายพระที่


พักสงฆ์เขาตะแบง ในวันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2552 นี้ครับ


ซึ่งพักสงฆ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่


ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี


เลยวงเวียนหอนาฬิกาไปทาง วัดเขาดีสลัก ประมาณ 100 เมตร


เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 5 กม.ก็ถึงแล้วครับ


ถวายทีเดียว 4 องค์เลย องค์ใหญ่ 2 และองค์เล็ก 2


องค์ใหญ่ที่เห็นเป็นสีขาวนั้นเหตุเพราะว่าหลวงพี่ที่บวชจำพรรษาที่นั่น


มีฝีมือในการระบายสีมากครับทางผมก็เลยเตรียมพื้นด้วยการพ่นแค่สีรองพื้นบางๆไปให้


ส่วนการทำสีแบบเหมือนคนจริงจะเสร็จเมื่อไหร่และจะออกมาอย่างไรนั้น


คงมีโอกาสนำเสนอในคราวต่อไป


ส่วนเรื่องอื่นๆของผมก็ดูได้จาก




ครับ


.........








วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)


ลุล่วงไปได้ดัวยดีสำหรับงานทอดผ้าป่าถวายพระพุทธรูป
และหาเงินสมทบทุนซื้อที่ช่วยทางสำนักสงฆ์
ได้เงินทั้งสิ้น 2,4732 บาท
ทีแรกว่าจะทำแบบกันเองเล็กๆครับ
แต่มีคนสนใจช่วยทำบุญเยอะมากปากต่อปาก ก็เลยจัดเป็นผ้าป่าซะเลย
สำนักสงฆ์แห่งนี้สงบมากครับอยู่กลางทุ่งนา
ต้องลุยทางลูกรัง 3กิโลเมตร เลยวัดไผ่โรงวัวไปนิดเดียว
หลวงพ่อจี เจ้าสำนัก ท่านเก่งเรื่อง ดูดวง-แก้ดวง-ผูกดวง มาก
แถมใจดีอีกต่างหาก
แต่ด้วยเหตุที่คนเข้าแถวรอเยอะมาก
ผมเลยไม่มีโอกาสได้สนทนากับท่านเลย
เอาไว้กลับจากสุพรรณฯคราวหน้า น่าจะมีโอกาสได้เข้าไปกราบอีกสักครั้ง
............................



๒/๙



พระพุทธรูปองค์ที่สองจากเก้าครับ



องค์นี้นำไปทอดผ้าป่าสามัคคีถวาย



ณ สำนักสงฆ์มนต์นิมิตรศิริธรรม (รางสแกสูง)



ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี



ใน วัน อาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552



ตรงกับแรม10ค่ำ เดือน9 ไปพร้อมกับพระพุทธรูปเงินหน้าตัก 4 นิ้งฟุต




ก็เลยจะกลายเป็นว่าได้ถวายทั้ง พระเงินและพระทอง



ส่วนเรื่องอื่นๆดูได้จาก










ครับ



วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป-พระราหู


16 ก.ค. 2552



๑/๙

นี่เป็นพระองค์ที่ 1 จาก 9 องค์ที่จะนำไปถวายวัดครับ

พระองค์เล็กหน้าตัก 4 นิ้วฟุต นำไปถวายพระอาจารย์อั๊บ วัดท้องไทร อ.นครชัยศรี นครปฐม

ซี่งหลวงพ่อก็ให้ฝ้ายผูกข้อมือมาจำนวนหนึ่งสำหรับใส่ซองให้คนที่ร่วมสร้างพระครับ

องค์นี้ทำเพื่ออุทิศให้ครู-อาจารย์และศิษย์พี่ผู้ล่วงลับ

ส่วนองค์ใหญ่นั้นถวายที่กุฏิหลวงพี่ต้อยพระอาจารย์ประสิทธิ์ธมมฺโชโต วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)

ที่นี่หลวงพี่ต้อยก็ให้สายรัดข้อมือกวางเหลียวหลัง มาจำนวนหนึ่ง

สำหรับใส่ซองให้คนที่ร่วมสร้างพระเหมือนกันครับ




ถ่ายจากโทรศัพท์ตอนกลางคืนก็ขลังไปอีกแบบ



พระราหูอมพระอาทิตย์หรือจะเรียก สุริยะคราส-สุริยุปราคา ก็แล้วแต่
องค์นี้นำไปถวายที่กุฏิหลวงพี่ติ่งพระอาจารย์ติ่งสนฺตจิตโต วัดบางพระครับ
ทำเป็นสีดำปัดทอง
หลวงพี่ก็ให้รูปหล่อรูปเหมือนของหลวงพ่อเปิ่นมาด้วยครับ
ส่วนสายรัดข้อมือนั้นหลวงพี่ติ่งนัดให้ไปเอาที่หลังเพราะของหมด



พระราหูอมจันทร์หรือจันทรคราส-จันทรุปราคา
องค์นี้ถวายกุฏิ หลวงพี่ต้อยที่วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)นครปฐมครับ
ทำสีดำทองแดงถวายพร้อมพระองค์ใหญ่ทีอยู่ด้านบนครับ
คราวหน้าจะนำพระราหูนี้ไปถวายที่วัดศรีษะทองคู่หนึ่งตามที่ตั้งใจไว้นานแล้วครับ
ส่วนเรื่องอื่นๆก็ดูได้จาก
http://www.arts108.blogspot.com/
ครับ

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)




ณ ขณะที่นั่งเขียนบล็อกนี้อยู่
ผมกำลังปั้นพระพุทธรูปอยู่ครับ จริงๆแล้วถ้านับถึงวันนี้ก็ หนึ่งปีเต็มแล้วครับ
หน้าตักพระประมาณ 45 ซม.
ใบหน้าจะออกไปทางแขกนิดๆครับ ตามนิมิตรของคนจ้าง
ฝ่าพระบาท มีรอยมงคล 108 ทั้ง2ข้าง
ประทับนั่งบนกองหญ้าคา
ซึ่งตามพุทธประวัติมหายาน
กล่าวว่ามีพราหมณ์ชื่อ สวัสติกะ เป็นคนถวายหญ้าคา 8 กำมือ
ด้วยความรู้สึกว่าอยากทำบุญ แต่ในต้วกลับหาได้มีสมบัติติดตัวแต่อย่างไดไม่
............................
ตลอดเวลาที่ปั้นนั้นสติแตกมาก
ของง่ายก็กลายเป็นของยาก
พอทำของยากให้ง่ายก็มีคนตีราคาเป็นแรงงานต่างด้าว
เดินสะดุดนั่นนี่ ของหายของใช้ชำรุด
กินได้น้อย น้ำหนักลด กลิ่นตัวเริ่มแรง
หัวใจเต้นแรงผิดสังเกตุจนคนรอบข้างสังเกตุได้
.......
เข้าใจแล้วว่าเลือดเดือดคืออะไร
ร้อนอก-ร้อนใจเป็นอย่างไร
ไฟสุมทรวงอาการเป็นอย่างไร
ถ้าฝืนทำต่อก็ถ้าไม่เส้นเลือดสมองแตกตายหรือพิการ
ก็ต้องมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นแน่ๆ
และไม่สบายใจอึดอัดอีกหลายอย่าง
...
เช้าวันหนึ่งผมก็โทรศัพท์ไปหาคนที่จ้างปั้น
ก็เล่าเรื่องอึดอัดต่างๆนาๆ ที่ผมเป็นให้ฟัง
แล้วผมก็เลยขออนุญาติถอดพิมพ์พระองค์นี้ บอกว่าจะไปถวายวัด
ซึ่งเจ้าของงานก็ร่วมอนุโมทนาสาธุด้วย
แต่ก็มาเอะใจว่าเคยฟังพระท่านว่าสร้างพระไม่ให้ทำคนเดียว
ควรหาคนร่วมสร้างด้วย
หลายคนก็บอกว่าจะทำทั้งทีทำไมไม่ทำฐานใหญ่ๆ
จะได้เขียนชื่อพระและคนทำลงไปที่ฐานพระด้วย
ก็อีกนั่นแหละเคยฟังพระท่านว่าการเอาชื่อเราไปติดที่ฐานพระนั้นไม่เหมาะอย่างยิ่ง
เราเป็นคนธรรมดาจะให้พระมากราบมาไหว้ชื่อเรานั้นเป็นการหาบาปใส่ตัวแท้ๆ
เพียงแต่คิดได้เท่านี้
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงเพียงแค่ข้าวคืน
ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสะบายเนื้อสบายตัวบอกไม่ถูก
หัวใจเริ่มเต้นเป็นปรกติ บอกบุญใคร หรือชักชวนใครก็ร่วมยินดี
และอนุโมทนาสาธุด้วย
งานการเริ่มเป็นปรกติสิ่งดีๆเกิดขึ้นตลอดเวลา
ยังไม่ทันเจรจากับลูกค้าเขาก็เสนอผลประโยชน์ให้อย่างง่ายๆ
แล้วชีวิตเริ่มเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่ารอบปีที่ผ่านมา
.....
ทั้งหมดนี้ผมสรุปเอาเองว่า
บารมีตัวเองไม่ถึง
เบื้องบนไม่เปิดทางหรือเราไม่บอกกล่าว
หรือกำลังทำในสิ่งไม่เหมาะไม่ควร
.........................................
อาทิตย์นี้ผมก็เลยบอกกล่าวเพื่อนๆที่สนิททุกคน
เขาก็ช่วยตามแรงครับ คนละ 5บาท 10บาท
ตอนนี้ก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ขาดเหลือเท่าไหร่คงเป็นหน้าที่ผมเอง
อาทิตย์หน้านี้จะถอดพิมพ์แล้วครับ
ทำไปเรื่อยๆให้ใด้ 9องค์ภายในปีน้
จะถวายไปตามวัดต่างๆให้ทั่วทุกภาค
หรือถ้ามีคนขอทำบุญนำไปต่างประเทศก็ไม่ขัดข้อง
แต่จะหล่อเป็นวัสดุ ไฟเบอร์กลาสครับเพราะเหมาะสมแก่กำลังทรัพย์
เเละเบาขนย้ายได้สะดวก ซ่อมง่าย
แต่สีนั้นอาจจะทำสีเหมือนจริง หรือไม่ก็เป็นสีทองครับ
...................................................
การกระทำในครั้งนี้ถ้ายังพอมีอานิสงค์ อยู่บ้าง
ลูกขออุทิศบุญกุศลทั้งหมดถวายเป็น
พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา คุณบิดามารดา
ครูอาจารย์และท่านผู้มีคุณธรรมทุกท่าน
และลูกขอนมัสการเดชานุภาพแด่พระคุณท่านผู้มีคุณอย่างยิ่ง
กรรมในส่วนใดอันที่ลูกได้กระทำไปโดยเป็นการล่วงเกิน
มิบังควรในการใด โดยรู้เท่าถึงกาลก็ดี
ไม่รู้เท่าถึงกาลก็ดี ในกาลใดๆก็ดี
โดยแสดงออกด้วยกาย วาจา ใจ
ในการกระทำอันมิบังควรนั้น
ลูกขอนมัสการขอขมาพระคุณท่าน
และขอพระคุณท่านได้งดโทษ เว้นโทษนั้นๆ
ในประการทั้งปวงแก่ลูกด้วยเถิด
ด้วยพระคุณธรรมอันประเสริฐ
แด่พระคุณท่านทั้งปวง
ลูกกราบนมัสการโอกาสการกระทำ
เพื่อความเป็นธรรมกับชีวิต
เพื่อจักได้รางวัลกับชีวิต ความเป็นอยู่
เพื่อบุญ-กุศล เจริญสืบต่อไปสู่ความพ้นทุกข์
ทั้งในโอกาสต่อไป ในโอกาสปัจจุบัน
ในกาลทุกเมื่อเจริญสืบต่อไปดัวย
........เทอญ.......
.......................******//******.......................

ส่วนเรื่องอื่นๆของผมก็ดูได้จาก
ครับ

แกะโฟม พระปรางค์วัดอรุณฯ(Foam caving)

ความละเอียดของลายบนแผ่นโฟม






วันนี้เอารูปงานแกะโฟมมาลงไว้ครับ
เป็นงานแกะโฟมรูป วัดอรุณฯ
แกะแบบง่ายๆแต่ใช้สัดส่วนจริง
หลังจากแกะโฟมเสร็จแล้วก็ทำสีตามที่เห็นในรูปครับ
สูง 4 เมตรโดยประมาณ
เบายกมือเดียวสบายๆครับ แต่เข็งแรง
ลายละเอียดของงานก็พอสมควรครับ
มีเวลาทำงานไม่ถึงอาทิตย์
ใช้ในงานประมาณอาทิตย์ ก็รื้อเก็บ
ส่วนงานอื่นที่เคยทำมาก็ดูเพิ่มเติมได้ที่
ครับ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ตราสัญลักษณ์(logo)

กองทัพภาคที่1 ขนาด 30 ซม.

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ฯ ขนาด 60 ซม.

ส่วน2ชิ้นนี้ขนาด 9 นิ้วฟุตครับ
ขนาดตั้งโต๊ะ



ช่วงนี้มีงานทำตราสัญลักษณ์ต่างๆเข้ามาเยอาะมากครับ
ล่าสุดก็มีตราของ กองทัพภาคที่1
งานนี้ความยากง่ายไม่ได้อยู่ที่
รายละเอียดและขนาดครับ
แต่ความยากอยู่ที่
เป็นงานของอาจารย์ที่โรงเรียนเพาะช่างครับ
อยากเพราะว่าต้องรับงานกันคนที่มีสายตาคมไม่เหมือนชาวบ้าน
อาจารย์ท่านนี้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของคนทำงานจิตรกรรม
ฉะนั้นการทำงานต้องนึกถึงตอนอาจารย์ตรวจงานเป็นพิเศษครับ
อาจารย์ท่านมีความเนี๊ยบมากทุกรายละเอียด
แต่ก็ผ่านได้ด้วยดีครับ
.........................
ช่วงนี้ก็กำลังทำตราสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ
ส่วนเรื่องอื่นๆคลิกดูที่
http://www.arts-108.blogspot.com/

.................................................




วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เหตุเกิด ณ จตุจักรพลาซ่า(top art studio)




วันจันทร์ที่ 4 พ.ค.2552ที่ผ่านมานั้น
ผมแวะไปหาเพื่อนที่ สวนจตุจักร มาครับ
ชื่อว่าร้าน"ท็อปอาร์ต สตูดิโอ"ครับ
ภาษาฝรั่งเขียนว่า"Top Art Studio"
มีอยู่ด้วยกัน 3 คนครับ
2คนนั้รู้จักตอนเข้าเรียนที่"เพาะช่าง"
คือ แหลม หรือที่ใครๆเรียกว่า ต้น เล่นกีต้าร์ได้สุดยอดมาก
แล้วก็ เป๊าะ
ส่วนอีกคนรู้จักตอนไปทำงานที่ภูเก็ตครับ
ก็คือพี่ อ๊อด
พี่อ็อดกับเป๊าะนั้นจบจาก วิทยาลัยช่างศิลป์ ครับ
ส่วนแหลมหรือต้นนั้นจบจาก ราชมงคลคลองหก
สุดท้าย ณ ตอนนี้ก็ วกกลับมาเจอกันที่ สวนจตุจักร
ก็ตามประสาคนคุ้นเคยครับ
เลยอยากแนะนำไว้
สำหรับใครที่อยากได้งานศิลปะไว้ครอบครอง
ก็ลองแวะไปที่ จตุจักร พลาซ่า โซนบี ซอย5ครับ
เปิดทุกวัน หรือถ้าอยากติดต่อสอบถามโดยตรงก็ที่
อ็อด อนุชิต ภาสะลักษณ์ 081-767-0380
ต้น นฤชา เจนการกิจ -เป๊าะ 089-503-4027
...............................................
หาอ่านเรื่องต่างๆของผมเพิ่มเติมได้จาก
http://www.arts-108.blogspot.com/

ครับ




วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

โคมไฟเรซิ่น(resin lamp)


รูปนี้เป็นโคมไฟเรซิ่นรูปปลาดาวและรูปหอย ครับ
ใช้แขวนติดผนังหรือฝ้าเพดาน ก็ได้
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 ซม.
มีทั้งแบบที่ทำสีขาวขุ่นหรือสีน้ำนม
และสีสันตามลูกค้าสั่งครับ
สีที่เห็นนี้ก็เป็นการทำสีในเนื้อเรซิ่นครับ
ไม่มีหลุดลอกแต่ประการใด
ดูรายละเอียดเรื่องอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่
....................


โคมไฟเรซิ่น(resin lamp)


ดูลายละเอียดของชิ้นงานครับ

ที่เห็นนี้เป็น "โคมไฟเรซี่น"ครับ
โคมไฟเรซิ่นรูปบนสุดนั้นมีลักษณะ วงรี หลังเต่า
ลวดลายคล้ายๆกับเกลียวคลื่นน้ำ
สีที่ใช้เป็นสีโปร่งแสง ม่วง อมน้ำเงิน นิดๆ
ขนาด ประมาณ 80-120 ซม.
หนาประมาณ10 ซม.ครับ
.........................................................
ส่วนอีกรูปนั้นเป็น"โคมไฟเรซิ่น"ทรงกระบอก
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 ซม.
สูงก็ ประมาณ 80 ซม. ครับ
โคมไฟเรซิ่นนี้ ลวดลายที่เห็นนั้น
เป็นเทคนิคการทำสีลงไปในเนื้องานเรซิ่นครับ
เป็นโคมไฟเรซิ่นที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอน
จึงไม่มีปัญหาเรื่องสีหลุดลอกหรือสีซีด
จะแขวนธรรมดาก็ได้
หรือจะกลึงหัวเม็ดใส่ก็สวยไปอีกแบบ

หน้าพระ(buddha sculpture)


นี้เป็นรูปหน้าพระ
หล่อด้วยวัสดุไฟเบอร์กลาสครับ
ขนาด 75-120 ซม.
ทำสีดำปัดทองแบบง่ายๆ
เหมาะที่จะนำไปแขวนไว้ตามมุมสงบๆของบ้าน
มากกว่าไปแขวนตามสวนหรือสถานที่ๆอยู่กลางแจ้งครับ
แต่ไม่ได้ทำไว้จำหน่ายนะครับแค่จะนำไปแต่งบ้านเท่านั้นเอง
................................
เพิ่มเติมที่

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552

แกะโฟมพระยานาคและลายกะหนก3ตัว(foam caving)







จริงๆแล้วงานนี้สามารถสวยกว่าที่เห็นในรูปได้อีกครับ
ด้วยการเติมสี สอดไส้ลงไป
เช่น ชมพู เขียว
แต่ด้วยเหตูผลเรื่อง ระยะเวลา
งานจึงออกมาได้เท่าเห็นครับ แต่ก็ผ่านได้ด้วยดี

เรื่องอื่นๆดูได้จาก

http://www.arts-108.blogspot.com/




แกะโฟม(foam caving)


รูปนี้บังเอิญมากครับ ก็นั่งเล่นเน็ตหารูปงานแกะโฟมไปเรื่อย..

ก็ไปสดุดตารูปๆหนึ่งก็เลยคลิกเข้าไปดู

..........................................

ปรากฏว่าเป็นรูปงานแกะโฟมที่ผมทำกับเพื่อนไว้เมื่อเกือบ10ปีที่แล้ว

แกะโฟมเป็นรูป โมฮัมหมัดอาลี 2ตัว

อีที แล้วก็ ปีเตอร์แพน อย่างละตัว

แต่ ถึงอย่างไรก็ต้องขอขอบใจคนที่นำรูปนี้มาลงนะครับ

เพราะตอนนี้ฟิล์มหาไม่เจอแล้วครับ

และอีกอย่างงานชุดนี้ถ่ายรูปน้อยมาก
เพิ่มเติมที่

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

เสือโคร่ง

รูปนี้เป็นขั้นตอนการทำสี เสือโคร่ง
ที่เห็นนี้วัสดุที่ใช้เป็นเทคนิคการแกะโฟมครับ
เป็นส่วนหนึ่งของขบวนแห่เทศกาล สงกรานต์เกาะสีชัง เมืองชลบุรี
ส่วนบุคคลที่เห็นในรูปนั้นเป็นศิษย์พี่ปั้นไทยจาก เพาะช่างครับ
หรือที่เพื่อนๆเรียกกันว่า ช้าง
แต่วันนี้ทำหน้าที่สยบเสือไปพลางๆก่อน
.............

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

พระวิษณุกรรมและพระพิฆเนศวร



รูปนี้คือรูป พระวิษณุกรรม จัดสร้างโดย โรงเรียนเพาะช่าง
และพระพิฆเนศวรเป็นหิ้งพระส่วนตัวครับ
ผลงานการปั้นของชาว เพาะช่าง ทั้งหมดครับ
เรื่องอื่นๆก็หาดูได้จาก

Thai Sculpture













รูปที่เห็นนี้เป็นงานปั้นต้นแบบนูนต่ำปูนพลาสเตอร์ เก็บไว้นานจนลืมครับ




Thai Sculpture

กินรี
สิงห์แบก





หงส์,พระยาหงส์,พญาหงส์


พระยานาค,พญานาค
เลือกดูบทความด้านข้างหรือไม่ก็คลิ๊ก

เพิ่มเติมที่






วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

พี่หนึ่ง บ้านเป็ดน้อย









28 ก.พ. 52 ที่ผ่านมาเป็นวันทำบุญ 100 วัน การจากไปของพี่หนึ่ง แห่งบ้านเป็ดน้อย
แต่ผมอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสไปร่วมงาน แต่ก็บังเอิญอีกนั่นแหละที่ค้นรูปถ่าย
ตอนที่อยู่บ้านเป็ดน้อย ซ.จรัญ49 เจอ ก็เลยนำมาลงบันทึกเก็บไว้ในที่แห่งนี้
แต่น่าเสียดายที่มีรูปถ่ายน้อยเหลือเกิน.......................
ดูผลงานของพี่หนึ่งเพิ่มเติมได้ที่
ครับ

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552

แกะโฟม(foam caving)

อยู่ระหว่างการทำสีครับ


อยู่ระหว่างการประกอบ


เอาการทำงานขั้นตอนต่างๆมาให้ชมครับ
เป็นงานแกะโฟมล้วนๆเลย
ส่วนเรื่องอื่นดูได้จาก




พระวิษณุกรรม




วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 52 ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปงานเลี้ยง
ที่สโมสรกรมยุทธโยธาทหารบก
ก็เลยถือโอกาสเข้าไปขอถ่ายรูป พระวิษณุกรรม ที่หน้าอาคารมาเก็บไว้
ในฐานะที่เราก็เป็นลูก พระวิษณุกรรม คนหนึ่ง
ถึงแม้จะไม่ใช่ข้าราชการทหารก็ตาม
ก็เลยถือโอกาสนำรูปมาลงเก็บไว้
สองภาพล่างสุดมาจากกรมยุทธโยธาทหารบก
ส่วนสามภาพข้างบนก่อนหน้านี้มาจากของส่วนตัวครับ
ออกโดย โรงเรียนเพาะช่าง
อื่นๆดูได้จาก





วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

พี่หนึ่งแห่งบ้านเป็ดน้อย





วันนี้เอางานของ พี่หนึ่ง แห่งบ้านเป็ดน้อย ผู้ล่วงลับมาให้ชมครับ
งานดี ฝีมือเยี่ยม นิ่ง ไม่วุ่นวายกับใคร ไม่เป็นศัตรูกับใคร ไม่เป็นภาระใคร
อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานสำคัญๆหลายชิ้นครับ
เสียดายที่พี่หนึ่งจากเราไปเร็วเกินไป
.....................หลับให้สบายเถิด พี่หนึ่ง....................
.........................

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อ.สมยศ คำแสง


19 ตค.52
หลังจากดูรายการ สอนศิลป์ ทางทวีไทย
เสร็จก็ขึ้นมานั่งเขียนบล็อกต่อครับ
ก็เลยได้รูปอาจารย์มาลงเพิ่มอีกหนึ่งรูป
คนที่เขียนรูปอาจารย์ สมยศ นั้นก็เป็นอาจารย์ของอาจารย์อีกทีครับ


























รูปพระพิฆเนศสวยๆจากปลายนิ้ว อ.เป้ ครับ












































ผลงานของ อาจารย์สมยศ คำแสง จากโรงเรียนเพาะช่างครับ








งานซุ้มเฉลิมพระเกียรติต่างๆ








ที่เห็นกันทั่วประเทศนั้นส่วนหนึ่งก็มาจาก








รอยปากกาการเขียนแบบของอาจารย์คนนี้แหละครับ
.......................








และอาจารย์ก็ยังเป็นเจ้าสำนัก








บ้านเป็ดน้อย








อีกด้วยครับ

.......

งานผมครับ
....








วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

งานซุ้มราชดำเนิน












หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่




ซุ้มเฉลิมพระเกียรติไฟเบอร์กลาส(fiber glass)





เป็นการทำงานชุดซุ้มเฉลิมพระเกียรติครับ
หล่อจากไฟเบอร์กลาส
หาดูเพิ่มเติมจากในบล็อก
และที่

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

แกะโฟม(foam caving)




ตัวอย่างงานแกะโฟม
รูปนูนสูง ลอยตัว และงานนูนต่ำ

นี่ก็แกะโฟมเป็นงานสถาปัตยกรรมครับ
ที่นำรูปภาพการแกะโฟมที่ยังไม่ทำสีมาลงก็เพราะว่า
บางคนเข้าใจว่างานที่เห็นนั้นทำจากปูนซีเมนต์ครับ
เขาคิดว่าโฟมคงทำไม่ได้ หรือไม่คงทน
แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของวัสดุครับ
เราต้องเลือกให้เหมาะกับงานและการใช้สอยมากกว่า
เรื่องอื่นๆของผมก็หาดูจาก
ครับ
...............................

แกะโฟม(foam caving)

แกะโฟมพระยานาค
นี่ก็แกะโฟมพระยานาค

คิ้วบัวทำจากโฟม


แกะโฟม หนุมานเป็นโขนเรือครับ





แกะโฟมรูปช้างลอยตัว


ตัวอย่างงานแกะโฟมขนาดขนาดและรูปแบบต่างๆครับ




ดูเรื่องอื่นได้จาก








ครับ




....................









พระสยามเทวาธิราช - พระภูมิเจ้าที่


ดูรายละเอียดอื่นได้จาก

พระพิฆเนศ

แกะโฟมพระพิฆเนศ
ลองสังเกตุมือซ้ายที่ถือถ้วยขนมนะครับ
มีเหตุผลบางประการที่ต้องเปลี่ยนท่าถือถ้วยขนม


ตอนนี้กำลังทำพิมพ์พระพิฆเนศองค์นี้อยู่ครับ

แต่จะใส่ลายละเอียดลงไปให้มากกว่าและอลังการกว่าเดิม

ส่วนจะแล้วเสร็จเมื่อใหร่ก็จะนำมาลงไว้ในบล็อกต่อไป

อื่นๆดูได้จาก





เหรียญต้นแบบเจ้าแม่กวนอิม




งานต้นแบบเหรียญเจ้าแม่กวนอิม

และเห้งเจีย
http://www.arts-108.blogspot.com/



วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

พระราชวังสวนจิตรลดารโหฐาน





ตัวอย่างงานซุ้มเฉลิมพระเกียรติ
มีทั้งการแกะโฟม ทำสี
หล่อไฟเบอร์กลาส
และการติดตั้งงาน
รายละเอียดต่างๆดูได้จาก





วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พระราหู


รูปปั้น พระราหูเทพเจ้า แห่งโชคลาภนี่ผมปั้นไว้นานแล้วครับ ปั้นไว้แจกคนอื่นแต่เป็นรูปปั้นที่แรงมากนะครับ เล่นเอาผมกระอักเลือดเลยก็ว่าได้ สร้างความสับสนวุ่นวายในชีวิตผมอย่างมากทั้งๆที่ก่อนจะปั้นผมได้ไปจุดธูปขอเอาไว้ที่วัดศรีษะทองแล้วตามคำบอกของพี่คนหนึ่งแล้วก็ตาม ยังไม่วายเกิดเรื่องเลย จะขำก็เป็นตลกร้าย จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก นี่ก็ผ่านมาเกือบปีแล้วนะครับผมยังมีรอยสารพัดอาวุธอยู่เต็มหลังเลยครับ 555
..................................
แล้วตอนนี้ก็กำลังถอดพิมพ์ พระราหู องค์นี้ใหม่ครับ
จะทำทั้งที่เป็น
พระราหูอมจันทร์ และ พระราหูอมพระอาทิตย์
จะนำไปทำบุญถวายที่ วัดศรีษะทอง หนึ่งคู่
และวัด หลวงพ่อเปิ่น(วัดบางพระ) อีกหนึ่งคู่ครับ
..........

ส่วนวิธีการบูชาพระราหูและดูงานเรื่องอื่นๆก็คลิ๊กที่
ครับ
.........

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โคมไฟเรซิ่น(resin lamp)


อันนี้เป็นโคมไฟเรซิ่นแบบแขวนครับ สีขาวขุ่น

เห็นรูปร่างอย่างนี้หล่อเรซิ่นอยากมากครับ

ช่างที่หล่อเรซิ่น หล่อไฟเบอร์กลาสเก่งๆพอเจอ

งานหล่อโคมไฟเรซิ่นมักจะถอยเกือบทุกราย ครับ
.................

โคมไฟเรซี่น(resin lamp)











โคมไฟเรซิ่นที่ทำมาครับเป็นรูปปลาดาว และหอย




เป็นโคมไฟเรซิ่นแบบติดผนังเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ20ซม.




ทำตามสั่งครับไม่มีขาย แต่สีที่ทำในเนื้อ




ดูจะมีชีวิตชีวามากกว่าสีที่เกิดจากการเพ้นท์ครับ
.......................

พระสยามเทวาธิราช


พระสยามเทวาธิราชองค์นี้แหละครับผมปั้นไว้สูงประมาณ9นิ้วไม่รวมฐาน

กะว่าจะปิดทองคำเปลวซะหน่อย แต่เอาไว้ก่อนครับ

หลายคนคงอยากรู้ว่าพระสยามเทวาธิราชคือใคร

ผมเลยเอาประวัติย่อๆมาฝากครับ เรื่องมีอยู่ว่า

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 ทรงมีพระราชดำริว่า

เมืองไทยคงจะมีเทพยดาองค์ใดองค์หนึ่งคอยพิทักษ์รักษาอยู่อย่างแน่นอน

เพราะในสมัยของพระองค์นั้น เป็นระยะเวลาที่ประเทศมหาอำนาจทางยุโรป

ได้เข้ามามีบทบาททางภูมิภาคแถบเอเซียอาคเนย์ และใช้อำนาจอิทธิพลเข้าคุกคาม

จนสามารถดึงเอาประเทศต่างๆเหล่านั้นไปเป็นเมืองขึ้นและอาณานิคนจนหมด
จะเหลือรอดมาได้ก็แต่ประเทศไทย

เห็นสมควรจะได้จัดทำเทวรูปพระองค์นั้นขึ้นไว้สักการะบูชา

จึงโปรดให้ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ เมื่อครั้งดำรงพระยศหม่อมเจ้า

รับราชการเป็นช่างเอกในกรมช่างสิบหมู่ ปั้นหล่อรูปสมมุติของเทพพระองค์นั้นขึ้นมา

มีลักษณะเป็นเทวรูปยืน ทรงเครื่องต้น พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์

ยกพระหัตถ์ซ้ายเสมอพระอุระ ในท่าปางประทานพร มีขนาดสูง8 นิ้วฟุต

เมื่อได้สัดส่วนงดงามดีแล้วจึงโปรดให้หล่อขึ้นด้วยทองคำทั้งองค์

เสร็จแล้วถวายพระนามว่า

พระสยามเทวาธิราช

ครับ
ส่วนเรื่องอื่นของผมหาดูเพิ่มเติมที่
.................

พระพิฆเนศ









พระพิฆเนศทั้งหมดนี้ไม่ใช่ฝีมือผมคนเดียวนะครับนะครับ
องค์แรกเป็นฝีมือของอาจารย์เพาะช่างและเป็นฝีมือของเพื่อนผม
ชื่อเอ็ดจ์แห่งไม้ปั้นดอทคอมครับผม
ส่วนของผมเป็นพระพิฆเนศนูนสูงองค์ใหญ่ครับ
เรื่องอื่นๆก็ดูได้จาก
ครับ
............

พระวิษณุกรรม






วันนี้มีของมาอวดเหล่าช่างศิลป์ทั้งหลายผู้ทำมาหากินเกี่ยวกับงานช่างฝีมือ


งานศิลปะและช่างทั่วไปอื่นอีกมากมาย

เป็นเหรียญพระวิษณุกรรมครับผม ของโรงเรียนเพาะช่าง ผมมี2เหรียญครับ

คือเหรียญเงินที่แขวนประจำกับเหรียญทองแดงที่เก็บไว้อย่างดี

ด้านหลังบรรจุผงทองคำเปลวที่ลอกออกมาจากพระวิษณุกรรมองค์ใหญ่

หน้าโรงเรียนเพาะช่างครับ

*********


พระวิศวกรรม หรือเรียกได้อีกหลายชื่อว่า

พระวิษณุกรรม พระวิสสุกรรม พระเวสสุกรรม หรือ พระเพชรฉลูกรรม

เป็น เทวดานายช่างใหญ่ของพระอินทร์

ตามตำนานกล่าวว่า เป็นผู้สร้างเครื่องมือ สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น

และเป็นแบบอย่างให้กับมนุษย์สืบมา
พระวิศวกรรมรับเทวโองการต่าง ๆจากพระอินทร์

เพื่อสร้าง อุปกรณ์ สิ่งของ อาคาร ต่าง ๆ มากมาย

เป็นผู้นำวิชาช่าง มาสอนแก่มนุษย์

นับแต่นั้นมามนุษย์จึงรู้จักการสร้างและใช้งานสิ่งของต่าง ๆ

จนมีการพัฒนารูปแบบมาจนถึงปัจจุบันนี้
ช่างไทยแขนงต่าง ๆ ให้ความเคารพบูชาพระวิศวกรรมในฐานะครูช่าง

หรือเทพแห่งวิศวกรรมของไทย

โดยเรามักพบเห็นรูปจำลององค์ท่านได้บ่อย ๆ ตามสถานศึกษาทางช่างทุกสถาบัน

โดยนิยมสร้างอยู่สองท่า คือ

ท่าประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือ ผึ่ง (จอบสำหรับขุดไม้)

และอีกข้างถือ ดิ่ง และท่าประทับยืนมือขวาถือไม้เมตรหรือไม้วา

มือซ้ายถือลูกดิ่งและไม้ฉาก
ที่มาขององค์พระวิษณุกรรมทั้ง 2 ท่านี้

พอขยายความได้ว่า หากสถาบันใดเปิดสอนวิชาชีพช่างก่อสร้าง

มักอยู่ในท่ายืนมือถือลูกดิ่งและไม้เมตรหรือไม้วาอันเป็นเครื่องมือของช่างก่อสร้าง

มาแต่สมัยโบราณซึ่งช่างทั้งหลายทราบดีว่าเป็นเครื่องมือสำหรับวัดระยะ

วัดความเที่ยงตรง แต่สิ่งที่นอกเหนือไปจากนั้นยังแฝงไปด้วยปรัชญาในการดำเนินชีวิต

คือความแม่นยำ เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงในทางปฏิบัติ

ซึ่งเป็นที่มาของช่างที่ดี คือความมีคุณธรรมประจำใจ

หากสถาบันใดเปิดสอนวิชาชีพสาขาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ช่างก่อสร้างอยู่ด้วย

มักจะใช้ท่านั่ง เข้าใจว่าผู้สร้างคงจะชี้ให้เห็นเด่นชัดถึงสถาบันผู้ผลิตช่างก่อสร้าง

อันเป็นช่างเก่าแก่มีมาแต่ก่อนแล้ว
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พระวิษณุกรรม และ พระวิษณุ

คนไทยเรียกพระวิศวกรรมว่า 'พระวิษณุกรรม'

และในที่สุดได้กร่อนลงเหลือเพียง 'พระวิษณุ'

ซึ่งเป็นชื่อของเทพที่คนไทยรู้จักกันในฐานะหนึ่งใน ๓ เทพสำคัญของศาสนาฮินดู

อันได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ

ทำให้หลายคนเข้าใจว่าพระวิษณุเป็นเทพแห่งวิศวกรรม

ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ในพระไตรปิฎก(อรรถกถา) กล่าวว่า ท่านเป็นผู้สร้างอาศรมให้แก่พระโพธิสัตว์หลายพระองค์

(ก่อนที่จะอุบัติเป็นพระพุทธเจ้า) เช่นในพระเวสสันดรชาดก

เป็นผู้สร้างบันไดเงิน บันไดทอง บันไดแก้ว

ทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ที่เมืองสังกัสสนคร

ซึ่งเป็นเส้นทางที่พระพุทธเจ้าใช้เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

(หลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ในช่วงเข้าพรรษา)
นอกจากจะเป็นสถาปนิกและเป็นวิศวกรด้านโยธาและสำรวจ

ดังจะเห็นได้จากผลงาน ๒ ประการที่ว่านี้แล้ว

พระวิศวกรรมายังเป็นวิศวกรเครื่องกลอีกด้วย

กล่าวคือ ท่านเป็นผู้สร้างวาฬสังฆาตยนต์

ซึ่งเป็นกงล้อหมุนรอบองค์พระสถูป

ปกปักรักษาป้องกันมิให้บุคคลเข้าใกล้พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า

เมื่อครั้งที่พระเจ้าอชาตศัตรูได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุหลังพุทธปรินิพพาน

และอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในองค์พระสถูปที่ว่านี้

"กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร ฯ มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต

สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"

หมายถึง กรุงเทพมหานคร เมืองแห่งเทวดานั้น

พระวิษณุกรรม เป็นผู้สร้าง ตามพระบัญชาของพระอินทร์


งานอื่นๆของผมก็คลิ๊กข้างล่างเลยครับ





........

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แกะโฟม(foam caving)

อันนี้เป็นงานแกะโฟมรูปพระยานาคพ่นน้ำอีกชิ้นหนึ่งเอามาให้ดูก่อนที่เราจะนำไปทำพิมพ์เพื่อหล่อไฟเบอร์กลาสแล้วทำสีต่อไป

กินรี




กินรีรูปนี้ปั้นไว้นานแล้วครับเป็นรูปนูนต่ำ ทุกวันนี้ก็อปปี้ขายกันเกลื่อนตลาดแล้วครับ


ทุกเจ้าจะบอกว่าปั้นเองหรือไม่ก็จะบอกว่ามีทีมช่างเอง ออกแบบเอง ประมาณนี้แหละครับ


แต่ที่เห็นอยู่นี้เป็นต้นแบบปูนพลาสเตอร์หินครับ ว่าจะถอดพิมพ์เอาไว้แจกชาวบ้านครับ


ส่วนงานอื่นก็ดูได้จาก




ครับ


วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

แกะโฟม(foam caving)




รูปจำลองวัดที่สุโขทัยกับเจดีย์เอียงปากเกร็ด
นี่ก็เป็นโฟมครับ

แกะโฟม(foam caving)




งานแกะโฟม เมืองทองธานี ปลายปีที่แล้วข้อดีของโฟมคือเบาเร็วทำงานง่ายไม่จำกัดทั้งรูปทรงเรขาและรูปทรงอิสระและสามารถทำได้มากกว่าที่คุณคิดลองหาดูเพิ่มเติมที่
http://www.arts-108.blogspot.com/
ครับ

ตราสัญลักษณ์(logo)


ทั้ง2ชิ้นนี้สูงแค่9นิ้วเองครับ ไม่รวมฐาน เล็กมาก

มังกร



มังกรลอยตัวทำไว้2ตัวเองครับ เขาดัดขี้ผึ้งมาให้ แล้วให้เราลงลายให้ละเอียด ตัดชี้นส่วนออกเกือบ10ชิ้นแน่ะครับ

มังกรโมเดล





สเก็ตโมเดลมังกรพันเสาไฟครับ
ได้แบบไปแล้ว หายเงียบเลย
อื่นๆก็หาดูได้จาก
http://www.arts-108.blogspot.com/
ครับ

ประติมากรรมช้างนูนสูง-นูนต่ำและลอยตัว(sculpture)

ชุดช้างเล่นน้ำกลางลำธารวัสดุไฟเบอร์กลาส



ช้างแม่ลูกขนาด 360ซม.x 240ซม.ไฟเบอร์กลาสพ่นทราย


แผงช้างพ่นน้ำได้ครับ ขนาด180x260 cm.เทคนิคหล่อไฟเบอร์กลาส
อื่นๆก็ดูได้จาก
http://www.arts-108.blogspot.com/
ครับ
........



วัดที่โนนแดง โคราชครับ

คชสิงห์-สิงห์







รูปนี้คือ คชสิงห์(ช้าง+สิงห์) ต่างจากสิงห์ตรงมีงวงเหมือนช้างครับและก็สิงห์



ประกอบซุ้มเครื่องราชสักการะและซุ้มมงคล๘ -เครื่องราชสักการะประกอบดัวย



บายศรี๙ชั้น ธูปแพ เทียนแพ และพานพุ่มทองครับ
เรื่องอื่นๆก็ดูได้จาก
ครับ
...............

sand drawing

เพลงเพราะๆกับภาพสวยๆครับ