วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

ตั้งแต่ทำพระองค์นี้ถวายวัดเพื่อขอขมาลาโทษ
ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและครูบาอาจารย์
แล้วก็รู้สึกดีมากครับ
เงินเหลือนิดหน่อยก็นำไปบริจาคที่โรงพยาบายสงฆ์
ทีนี้
ในปี 2553 นี้ก็เลยคุยกับเพื่อนที่สนิทกันว่าอยากจะทำพระองค์ใหญ่
หน้าตัก ซัก 30 นิ้ว ก็เลยวางแผนค่าใช้จ่ายและการทำงาน
ก็พอดีมีพี่ที่ให้ปั้นพระพิราพมีน้ำใจช่วยเหลือ
แต่ไม่ใช่เป็นตัวเงินนะครับ
ให้เป็นองค์พระพิราพมาจำนวนหนึ่งเพื่อให้คนบูชา
แล้วนำเงินนั้นมาเป็นทุนในการทำพระ
ซึ่งลายละเอียดพระพิราพผมเคยลงไว้ในบล็อกแล้ว
พระที่จะสร้างปีหน้านี้จะเป็นปางสะดุ้งมารหรือมารวิชัยครับ
วางแผนไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จภายในช่วงเข้าพรรษา2553
ตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยหาที่ถวาย
อยากหาวัดที่ขาดแคลนจริงๆหรือถ้ามีใบบอกบุญจากทางวัดมาก็ดีครับ
ส่วนจำนวนนั้นก็คงแล้วแต่ปัจจัยที่มี
คงไม่น้อยกว่า 3 องค์ในการประเมินคร่าวๆ
..........
ส่วนงานที่ไม่เกียวกับการทำพระก็คลิกที่
........

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)
















พระพุทธรูป(buddha sculpture)



ปกติพระที่นำไปถวายวัดจะทำสีทองครับ



แต่พอดีว่าเงินที่มีคนช่วยทำบุญมานั้น มีเหลือจำนวนหนึ่ง



ก็เลยนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำสีครับ



ผิวขององค์พระนั้นจะเหลือบทองครับ



สีจีวรพระก็จะทำสีกลักเป็นสีของพระวัดป่า



ทีนี้ถ้าองค์ต่อไปก็จะทำสีจีวรพระเป็นสีออกเหลือง



ซึ่งเป็นสีของวัดบ้าน



ส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับการทำพระก็เลือกดูที่บทความด้านข้างนะครับ



หรือจะเข้าไปดูที่






ก็ได้ครับ

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)







๓/๙ , และ ๔/๙


สองรูปที่เห็นนี้เป็นพระพุทธรูปที่จะนำไปถวายพระที่


พักสงฆ์เขาตะแบง ในวันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2552 นี้ครับ


ซึ่งพักสงฆ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่


ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี


เลยวงเวียนหอนาฬิกาไปทาง วัดเขาดีสลัก ประมาณ 100 เมตร


เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 5 กม.ก็ถึงแล้วครับ


ถวายทีเดียว 4 องค์เลย องค์ใหญ่ 2 และองค์เล็ก 2


องค์ใหญ่ที่เห็นเป็นสีขาวนั้นเหตุเพราะว่าหลวงพี่ที่บวชจำพรรษาที่นั่น


มีฝีมือในการระบายสีมากครับทางผมก็เลยเตรียมพื้นด้วยการพ่นแค่สีรองพื้นบางๆไปให้


ส่วนการทำสีแบบเหมือนคนจริงจะเสร็จเมื่อไหร่และจะออกมาอย่างไรนั้น


คงมีโอกาสนำเสนอในคราวต่อไป


ส่วนเรื่องอื่นๆของผมก็ดูได้จาก




ครับ


.........








วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)


ลุล่วงไปได้ดัวยดีสำหรับงานทอดผ้าป่าถวายพระพุทธรูป
และหาเงินสมทบทุนซื้อที่ช่วยทางสำนักสงฆ์
ได้เงินทั้งสิ้น 2,4732 บาท
ทีแรกว่าจะทำแบบกันเองเล็กๆครับ
แต่มีคนสนใจช่วยทำบุญเยอะมากปากต่อปาก ก็เลยจัดเป็นผ้าป่าซะเลย
สำนักสงฆ์แห่งนี้สงบมากครับอยู่กลางทุ่งนา
ต้องลุยทางลูกรัง 3กิโลเมตร เลยวัดไผ่โรงวัวไปนิดเดียว
หลวงพ่อจี เจ้าสำนัก ท่านเก่งเรื่อง ดูดวง-แก้ดวง-ผูกดวง มาก
แถมใจดีอีกต่างหาก
แต่ด้วยเหตุที่คนเข้าแถวรอเยอะมาก
ผมเลยไม่มีโอกาสได้สนทนากับท่านเลย
เอาไว้กลับจากสุพรรณฯคราวหน้า น่าจะมีโอกาสได้เข้าไปกราบอีกสักครั้ง
............................



๒/๙



พระพุทธรูปองค์ที่สองจากเก้าครับ



องค์นี้นำไปทอดผ้าป่าสามัคคีถวาย



ณ สำนักสงฆ์มนต์นิมิตรศิริธรรม (รางสแกสูง)



ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี



ใน วัน อาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552



ตรงกับแรม10ค่ำ เดือน9 ไปพร้อมกับพระพุทธรูปเงินหน้าตัก 4 นิ้งฟุต




ก็เลยจะกลายเป็นว่าได้ถวายทั้ง พระเงินและพระทอง



ส่วนเรื่องอื่นๆดูได้จาก










ครับ



วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป-พระราหู


16 ก.ค. 2552



๑/๙

นี่เป็นพระองค์ที่ 1 จาก 9 องค์ที่จะนำไปถวายวัดครับ

พระองค์เล็กหน้าตัก 4 นิ้วฟุต นำไปถวายพระอาจารย์อั๊บ วัดท้องไทร อ.นครชัยศรี นครปฐม

ซี่งหลวงพ่อก็ให้ฝ้ายผูกข้อมือมาจำนวนหนึ่งสำหรับใส่ซองให้คนที่ร่วมสร้างพระครับ

องค์นี้ทำเพื่ออุทิศให้ครู-อาจารย์และศิษย์พี่ผู้ล่วงลับ

ส่วนองค์ใหญ่นั้นถวายที่กุฏิหลวงพี่ต้อยพระอาจารย์ประสิทธิ์ธมมฺโชโต วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)

ที่นี่หลวงพี่ต้อยก็ให้สายรัดข้อมือกวางเหลียวหลัง มาจำนวนหนึ่ง

สำหรับใส่ซองให้คนที่ร่วมสร้างพระเหมือนกันครับ




ถ่ายจากโทรศัพท์ตอนกลางคืนก็ขลังไปอีกแบบ



พระราหูอมพระอาทิตย์หรือจะเรียก สุริยะคราส-สุริยุปราคา ก็แล้วแต่
องค์นี้นำไปถวายที่กุฏิหลวงพี่ติ่งพระอาจารย์ติ่งสนฺตจิตโต วัดบางพระครับ
ทำเป็นสีดำปัดทอง
หลวงพี่ก็ให้รูปหล่อรูปเหมือนของหลวงพ่อเปิ่นมาด้วยครับ
ส่วนสายรัดข้อมือนั้นหลวงพี่ติ่งนัดให้ไปเอาที่หลังเพราะของหมด



พระราหูอมจันทร์หรือจันทรคราส-จันทรุปราคา
องค์นี้ถวายกุฏิ หลวงพี่ต้อยที่วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)นครปฐมครับ
ทำสีดำทองแดงถวายพร้อมพระองค์ใหญ่ทีอยู่ด้านบนครับ
คราวหน้าจะนำพระราหูนี้ไปถวายที่วัดศรีษะทองคู่หนึ่งตามที่ตั้งใจไว้นานแล้วครับ
ส่วนเรื่องอื่นๆก็ดูได้จาก
http://www.arts-108.blogspot.com/
ครับ