วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง 25-26 มิ.ย.2554

พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง


พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง




พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง




พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง




พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง
ผ่านไปด้วยดีครับสำหรับงานนี้ เริ่มจากช่วงเที่ยงวันของวันที่ 25 มิ.ย.

แล้วมาเสร็จกันในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 26 มิ.ย. 2554

ถ้าจะดูรูปแบบเต็มๆก็เข้าเว็ปของทางวัดได้เลยครับ

........



วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พระพุทธรูป

เมื่อต้นเดือน พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมามีโอกาสได้นำพระไปถวาย

ณ วัดโพธิ์ทอง ต.บ้านกง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

เป็นวัดของ พระมหาเสน่ห์ ท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอครับ

จริงๆแล้วพระพุทธรูปองค์นี้เป็นองค์ที่ 2 ที่ทำถวาย ในปีนี้

องค์แรก ถวายที่ วัดโคกพระเจดีย์ นครปฐม

ก็เหมือนกับที่ตั้งใจไว้นะครับว่า พรรคพวกเพื่อนฝูง

มีคนที่เกิดในเดือน พฤษภาคม เยอะมาก
ก็เลยถือโอกาสทำบูญวันเกิด เดือนเกิดซะเลย

หลังจากทำพระเสร็จแล้วก็ติดต่อไปหาแม่ว่า

เสร็จแล้วนะ จะถวายวัดไหนก็ได้ผมไม่เจาะจง

แม่ก็เลือกวัดที่ว่านั่นแหละครับ


งานนี้ทำแบบเล็กๆครับ แต่ปีนี้เอากุ้งจากแม่น้ำเจ้าพระยาสดๆตัวโตๆ

ไปทำบุญเลี้ยงเพลพระ-เณรด้วย
เช้าวันที่จะนำพระไปถวายและเลี้ยงเพลพระนั้น

แดดร้อนมากการดินทางก็ไปเร็วไม่ได้ แถมรถก็ไม่พอกันนั่ง

แต่ทันทีที่ถวายภัตตาหารพระเสร็จเท่านั้นแหละครับ

ฝนฟ้าไม่รู้มาจากไหนตกหนักเอาการแถม ลมก็แรงอีกด้วย

ไอ้ผมก็กลัวว่าคนที่ร่วมเดินทางมาทำบุญด้วยจะหนักใจ
ว่าจะกลับยังไงกลัวเปียกบ้าง ถ้ารอฝนหยุดอาจไม่ทันทำธุระที่อื่นบ้าง
ก็เลยพูดปลอบออกไปเล่นๆว่า คอยดูนะไม่เกิน 5 นาที ฝนก็จะหยุดตก

จริงครับทันที่ที่พระฉันเพลเสร็จฝนหยุดเฉยเลย แดดออกด้วย

ออกมาจากวัดได้ไม่ถึง กิโลฯ ข้างทางน้ำยังไหล ยังนองเต็นถนนอยู่เลย



หลังจากนั้นก็นั่งสนทนาเรื่อยเปื่อยกับท่านเจ้าคณะ

ถึงเรื่องลมเรื่องฝน

ท่านบอกว่า ที่นี่เป็นบ่อยมาก ทุกครั้งที่มีงานบุญ

ฟ้าฝนไม่รู้มาจากไหน ตกเป็นประจำครับ

สงสัยเทวดามาเอาบุญ ว่างั้น




ส่วนภาพที่เห็นนี้ เป็นของที่ใช้ตอบแทนน้ำใจ
กับผู้ที่ร่วมสร้างพระจนเสร็จครับ
ก็เช่น ผ้ายันต์และพระพิราพ พระราหู

ก็ไปขอมาจากวัดบางกร่าง นนทบุรี ครับ

แถมยังขอต้นสาระ เพื่อนำไปปลูก ณ วัดแถวๆบ้านอีก

วัดละ 5 ต้น 10 ต้น บ้าง (ซึ่งก็หลายสิบต้น)
หลวงพ่อท่านคล้าย หลวงปู่ทวด และระฆังพระราหู-กระดิ่งพระราหูนั้น

ก็มาจาก อ.อาชาเทพ นครศรีธรรมราช ครับ

มีอย่างละ 5 อัน 10 อัน
งานนี้ก็แปลก ผมขอแค่ค่าน้ำมันไปกล้บทำบุญก็พอ

ซึ่งก็พอดีจริงๆครับ(งานหน้าว่าจะขอมากกว่านี้)



ส่วนรูปนี้เป็นของที่ ท่านเจ้าคณะอำเภอมอบให้ติดตัวไว้ครับ
หลวงพ่อหิน เป็นของดีประจำถิ่นครับ
............
งานอื่นๆก็ดูจากลิ๊งค์ข้างๆนะครับ
สวัสดี
......

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

เปิดเข้ามาดูบล็อกตัวเองแล้วตกใจ

ว่าเราไม่มีข้อมูลอะไรมาลงเลยตั้งแต่ ปีใหม่แบบฝรั่งๆ เรื่อยมานี่ก็ใกล้จะปีใหม่แบบไทยๆเต็มที

พอดีช่วงนี้ว่างจัดก็เลย เอาซะหน่อย

จริงๆแล้วเป็นกะลาตาเดียวที่ผมแกะไว้นานแล้วครับ

กำลังนั่งนึกอยู่ว่าจะแกะอะไรไว้ที่ด้านหลังดี

ก็พอดีไปเห็นตัวอย่างการแกะพระสังข์กัจจาย

ลงบนกะลาตาเดียวแล้วรู้สึกชอบ ก็ลงมือเลยครับ



กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

ระหว่างที่กำลังแกะอยู่นั้นก็หาแบบไปแกะไป

ก็บังเอิญไปได้แบบมาแบบหนึ่ง

เป็นพระผงที่มีพี่คนหนึ่งให้มา รูปพระสังข์กัจจาย

นั่งซ้อนทับบนพระปิดตาแล้วรู้สึกชอบมาก

ก็เลยแกะพระปิดตาซ้อนลงไปอีกที ก็ออกมาอย่างที่เห็นครับ

กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

มันมีเรื่องแปลกอยู่ว่า ผมแกะกะลาตาเดียวลูกนี้ก็นานนับปีแล้วครับ

แต่ไม่เห็นจะมีน้ำมันออกมาเลยซักนิด

จนกระทั่งมาแกะพระสังข์กัจจายซ้อนทับพระปิดตา

พร้อมกับยันตร์สริยะฯ-ยันตร์จันทระฯ นี่แหละ

น้ำมันซึมออกมาจนเงาวับไปทั้งลูกเลย แล้วน้ำมัน มาจากไหน ?

เก็บความสงสัยในใจ จากนั้น ก็นำไปให้อาจารย์ท่านเจิมซะหน่อย

แล้วก็นำไปเข้าพิธีที่วัดอีกรอบ

ณ ปัจจุบันนี้ น้ำมันได้แห้งไปหมดแล้วครับ

ก็ เป็นอันเสร็จพิธีแต่เพียงเท่านี้

งานอื่นๆก็ดูจากลิ๊งข้างๆนะครับ สวัสดี

............ .........

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี

พระพิราพ วัดบางกร่าง
สีที่เห็นนั้นเกิดจากสีของมวลสารล้วนๆครับ
อาวุธพระพิราพใช้ไม้จริง ส่วนหอกก็เป็นใบเหล็กจริงๆ
พระพิราพ วัดบางกร่าง
ส่วนท่านที่อยากได้หน้าเล็กๆขนาดแขวนคอก็มีครับ
สอบถามได้จากที่วัดบางกร่างเลยครับ

สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี




สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี
ภาพข้างบนนั้นเป็นภาพพิธี เมื่อ 23 ตค.2553(วันปิยะมหาราช)


โดยคณะสงฆ์จากวัดมหาธาตุ สนามหลวง





สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี





วันนี้นำข่าวคราวของทางวัดบางกร่างมาบอกกล่าวครับ





ตอนนี้กำลังจัดสร้างพระพิราพอยู่ เพิ่งจะส่งมอบไป





ได้ 32 องค์ จากทั้งหมด 99 องค์


เห็นมีการสอบถามกันมามากเกี่ยวกับพระพิราพ





องค์ที่เคยทำไปซึ่งก็หมดไปตั้งนานแล้วครับ






สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สังเกตุดูว่าไม่ใช่บล็อกเดิมที่เคยทำนะครับ



ส่วนจะแตกต่างกันตรงไหนก็ไปดูของจริงได้ที่วัดบางกร่าง


มีให้ดูเปรียบเทียบกัน



ใครที่สนใจก็ติดต่อไปที่



โทร.02-446-2986



งานนี้ด้านหน้ามีป้ายชื่อบอกว่าเป็นพระพิราพวัดบางกร่างชัดเจนครับ



ส่วนด้านหลังนั้น จะลงหมายเลข ตั้งแต่ ๑-๙๙



ตามที่เห็นในรูปครับ



ใครที่ชอบเลขมงคลหรือเลขที่ถูกโฉลกกับตัวเอง



หรือแม้แต่เลขทะเบียนรถของตัวท่านเอง



ก็คงต้องรีบจองหมายเลขดังกล่าวนะครับ



เพราะตอนนี้บางหมายเลขก็ได้มีคนจองไปบ้างแล้ว



ส่วนมวลสารสักดิ์สิทธิ์ก็บรรจุลงทุกองค์ครับ



เยอะมาก บางองค์ที่ตั้งไว้ในที่ๆอากาศร้อนจะมีกลิ่นหอม



อ่อนๆออกมาซึ่งเป็นกลิ่นของมวลสารที่ทางวัดกำหนดใบรรจุลงไป



ทีนี้จะมีบางองค์ที่เวลาเขย่าจะมีเสียงเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน



ก็ต้องตอบว่า เป็นหน้าพระพิราพหน้าเล็กที่จะทำแจกแก่ท่านที่ไปร่วมงาน



ทอดกฐินสามัคคีในวันอาทิตย์ที่ 14 พย. 2553 นี้



จะเป็นหน้าที่ขัดแต่งไม่ไหวหรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์



ทีนี้จะนำไปทิ้งไหนก็ไม่ได้ เสียดายมวลสาร



ก็จำเป็นต้องอัญเชิญเข้าไปไว้ในองค์ที่ว่านี่แหละครับ



...........



วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เที่ยวอุทัยธานี

สังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
บรรจุในโลงแก้ว ภายในวิหารแก้ว
..
หลังจากเสร็จงานวัดบางกร่าง
นนทบุรี แล้วก็รีบกลับบ้านพักผ่อน
เพราะเช้าวันอาทิตย์ที่ 3
มีโปรแกรมไป จ.อุทัยธานี
โดยมีจุดหมายหลักอยู่ที่ วัด ท่าซุง
ก้อตั้งใจไว้นานมากแล้วว่าจะไป
ก็พูดลอยๆกับพี่คนหนึ่งว่าอยากไปเที่ยวบ้านเขา
เพราะเขาเป็นคนอุทัยฯ
และเลยไปเที่ยววัดท่าซุงด้วย
พี่เขาก็บอกว่าเดี๋ยวถูกหวย 2 งวดซ้อนได้ไปแน่
ก็เข้าล็อกครับ งวดนี้(1 ต.ค.)ถูกทั้งผัวทั้งเมียเราก็เลยพลอยโชคดีไปด้วย
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ภายในวิหารแก้ว
สวยงามมากครับประดับด้วยกระจก
เวลาโดนแสงไฟแล้วระยิบระยับงามตามาก
โล่งโปร่งสะบายในความรู้สึก
แต่ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะทางวิหารจะปิดทำกิจกรรม
ตามปกติของทางวิหารประมาณ
11.30-14.00 น.


หลังจากนั้นก็เข้าไปชมวิหารทองคำซึ่งอยู่ด้านในสุด
ก็สวยงามมากครับ แต่เสียดายเข้าชมได้เฉพาะชั้นแรก
ลวดลายที่ประดับก็สวยงามมาก สังเกตุว่าลวดลายบางส่วนเป็นงาน
หล่อไฟเบอร์กลาส ลงรักปิดทอง ประดับกระจกครับ


สังเกตุสีดำๆที่ใต้มือพระพุทธรูปนะครับ
เป็นผึ้งหลวงครับ


หลังจากเที่ยวดูในวัดได้เวลาพอสมควรแล้วก็
กลับออกมาเพื่อเดินทางต่อไปที่เขาสะแกกรัง
ตลอดระยะทางที่เดินทางนั้นทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
จะต้องมาที่วัดนี้อีกแน่ๆเพราะติดใจความงาม
และยังเที่ยวชมไม่หมด

เมืองพระชนกชนนี
ถ่ายบนยอดเขาสะแกกรัง
จะมองเห็นตัวเมืองอุทัยฯทั้งหมดเป็นจังหวัดเล็กๆ
สงบดีน่าอยู่ครับต้นไม้เยอะมาก
ส่วนอีกฟากหนึ่งของเขาสะแกกรังจะเป็นบรรยากาศทุ่งนา
เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา

บนเขาสะแกกรังก็จะมีรอยพระพุทธบาทจำลอง
ส่วนระฆ้งใบใหญ่นั้นสร้างสมัย รัชกาลที่ 5
ด้านหลังของผมก็จะเป็นบันไดทางขึ้น-ลง เขา
ก็จะเป็นทางที่พระเดินลงมาบิณฑบาตร
จากเขายาวเป็นแถวที่เห็นตามสี่อต่างๆนั่นแหละครับ
ซึ่งปีนี้งานดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 23-24 ต.ค.นี้
เป็นวันออกพรรษาพอดีครับ
...
ขากลับหลังจากแวะที่บ้านเจ้าของพื้นที่แล้วก็เดินทางกลับ กทม.
โดยใช้เส้นทาง การุ้ง-หันคา-สุพรรณฯ
ปรากฏว่าเป็นเส้นทางที่เปลี่ยวมาก
และบังเอิญว่าฝนตกหนักมากตลอดทางที่ออกมาจากการู้งถึงกรุงเทพฯ
แต่ก็กลับมาโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยดีทุกคน
ทั้งหมดนี้ก็สมควรแก่เหตุนะครับ
สวัสดี
.....