วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

พระพิราพ อาศรมรวมเทพ


พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
ช่วงตันปี 2555 ได้มีโอกาสปั้นพระพิราพครับ
เป็นขนาด 5 นิ้ว และ 21 นิ้ว
ก่อนทำงานก็ตั้งเครื่องเหมือนเดิมคับ
ตามที่ครูอาจารย์เน้นย้ำเสมอๆ
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
 ขณะกำลังพระพิราพปั้นองค์ ขนาด 5 นิ้ว
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
ก่อนทำแม่พิมพ์ยางซิลิโคนและก่อนติดป้ายชื่อ อาศรม
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
ขั้นตอนการทำแม่พิมพ์นี้ผมลงไว้หลายตอนแล้วนะครับ
กับลิ๊งค์ข้างๆลองหาอ่านดู
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
 งานหล่อที่สำเร็จแล้วและ จะใช้เป็นองค์บูชาจริง 
สีม่วง เกือบดำและบรรจุมวลสารภายใน
ครับ
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
 มาที่ขนาด 21 นิ้ว ครับ
ก็ขยายแบบจากองค์ ขนาด 5 นิ้วครับ
แต่ปั้นไปปั้นมา เกิดอยากได้พระพิราพถืออาวุธ
ก็เลยปรับแก้ตรงมือซ้ายตามรูปที่เห็น
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
 ปั้นแต่งเก็บงานไปจนได้ที่แหละครับ
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
 ก็มาถึงขั้นตอนการแม่พิมพ์ยางซิลิโคน
หาอ่านย้อนหลังจากเว็บเพื่อนบ้านนะครับ
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
ปั้นแต่ง ทำพิมพ์ หล่อ ขัดแต่งจนเรียบร้อยแล้วก็ไม่ลืมครับ 
บอกกล่าว พร้อมขมา ลาโทษ ก่อนนำส่ง ที่อาศรมรวมเทพ

พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
บรรยากาศภายในอาศรมรวมเทพ อ. วิเศษฯ จ.อ่างทอง
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
โดย อ.ธนายุส ภู่เจริญ
......................
ส่วนท่านใดที่อยากได้ไว้บูชาก็ติดต่อไปที่อาศรมรวมเทพ
นะครับ ติดต่อ อ.ธนายุส โดยตรง ที่
089-5382803
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
พระพิราพ อาศรมรวมเทพ
หรือจะติดต่อมาที่ผมก็ได้เบอร์ติดต่อก็ที่เห็นครับ
081-308-6212 

.................

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กะลาตาเดียว

กะลาตาเดียว

ช่วงก่อนหน้านี้ถิ่นที่พักอาศัยและทำมาหากิน

ถูกคุกคามด้วยมวลน้ำก้อนใหญ่

จึงตัดสินใจเดินทางกลับภูมิลำเนา

ซึ่งก็ถือว่าวิกฤติครั้งนี้ นำโอกาสดีๆเข้ามาก็หลายอย่าง
และด้วยความที่มีเวลาว่างมากมาย

ประกอบกับได้นำกะลาตาเดียวลูกนี้ติดรถมานานร่วมปี

ก็เลยสะสางซะให้เรียบร้อย


กะลาตาเดียว

จริงๆแล้วงานนี้ต้องแกะสองลูกครับ

คือลูกหนึ่งพระราหูจะทำมือลักษณะผลักวงกลมออก

เหมือนในรูปครับ

ส่วนอีกลูกนั้นพระราหูจะทำมือลักษณะดึงวงกลมเข้าหาตัว

คือมือพระราหูจะมีลักษณะปิดวงกลมไว้

มองเห็นหลังมือและนิ้วพระราหูครบทุกนิ้ว

ดูบทความเรื่องกะลาตาบอด กะลามหาอุต ประกอบครับ

ลักษณะเดียวกัน

แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ก็เลยไม่มีรูปครับ

บทความอื่นๆก็ดูได้จาก




หรือ



...........

วันนี้ ลาตรงนี้ครับ

.....

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พ่อแก่















ต้นแบบ พระพิฆเนศวร พระพิราพ







พ่อแก่ พ่อแก่หน้าม่วงและหน้าทอง















พ่อแก่หน้าทองและหน้าหนุ่ม







จริงๆแล้วงานชุดนี้ ทำไว้ตั้งแต่ปลายปี 2553







แต่ไม่ได่ทำออกมาเป็นเรื่องเป็นราว







พอดีว่า เมื่อ 11 กันยายน 2554
มีงานไหว้ครูที่วัดบางกร่าง ก็เลยอาศัยจังหวะเวลามงคลนี้







ทำออกมาจำนวนหนึ่ง แค่ สิบกว่าอัน







หลังจากร่วมงานไหว้ครูเสร็จก็นำไปทำสี







ก็ออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ







ฝีมือสุดยอดจริงๆ







ส่วนมวลสารที่ใช้สร้างก็เก็บรวบรวมอย่างละนิดละหน่อย







ตั่งแต่เมื่อคราวหล่อพระพิราพของวัดบางกร่าง







...................







ทีนี้ก็ขออธิบายไว้ก่อนนะครับว่า







งานนี้ทำไว้ใช้บูชาส่วนตัว







ไม่มีจำหน่าย ทั่วไป







กะว่าจะรวบรวมไว้แจกจ่ายคนที่ผมนับถือและสนิทเท่านั้น







ส่วนการจะไปเจอวางขายแล้วบอกว่าออกจากอาจารย์โน้น สำนักนี้







ก็ต้องบอกว่าไม่เกี่ยวกับผมนะครับ







ใครจะก๊อปปี้ทำขายก็ช่างเขา







ผมถือว่าให้เกียรติ







.........







ส่วนงานอื่นก็ดูจากบทความข้างๆนะครับ







สำหรับวันนี้







สว้สดี







.........







วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บ้าน ยังไงก็คือวิมานบนดิน

บ้าน ยังไงก็คือวิมานบนดิน

บ้าน ยังไงก็คือวิมานบนดิน


บ้าน ยังไงก็คือวิมานบนดิน


บ้าน ยังไงก็คือวิมานบนดิน


บ้าน ยังไงก็คือวิมานบนดิน


ทิ้งช่วงกลับไปเยี่ยมบ้านพักหนึ่ง


นับจากนำพระไปวายที่ วัดโพธิ์ทอง


อ. หนองเรือ จ. ขอนแก่น


ก็มาได้จังหวะพอดี ที่ต้องตามไปจัดการหลายสิ่งหลายอย่าง


ที่มีผู้หวังดี แต่ประสงค์ร้าย วางหมากเอาไว้


ก็ลุล่วงไปได้วยดี .......................
.........................ตามเช็ดให้จนหมด

แล้วก็ดูท่าว่าจะไม่มีใครกล้าทำเหมือนในอดีตอีกแล้ว

ด้วยตัวบ้านที่อยู่นอกหมุ่บ้านและมีบริเวณพอควร
ผู้เป็นเจ้าของก็เลยจัดสวนหน้าบ้าน-ข้างบ้าน-หลังบ้านตามใจชอบ
อย่างที่เห็น

ส่วนอีกมุมของบ้านก็ติดกับทุ่งนาจนชนิดที่ว่ากระโดดก้าวเดียวก็ถึง
ข้าวก็เต็มนา ปลาก็เต็มหนอง อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์
ไก่ก็ขี้จนเต็นลานบ้าน เป็ดก็ไข่จนตามเก็บไม่ทัน
ของกินที่ต้องซื้อก็เพียงอาหารทะเล น้ำปลา เกลือ และอีกไม่กี่อย่าง
มันก็ด้วยเหตุนี้เองที่ลูกหลานใครบางคนเวลาจะเป็นจะตาย
เพราะวิ่งตามกระแสโลกไม่ทัน
ก็จะอาศัยที่แห่งนี้เป็นแหล่งพักพิง
หลังจากหายเหนื่อยแล้วก็จากไป
พร้อมกับทิ้งสิ่งของบางอย่างไว้โดยไม่สนใจผู้เป็นเจ้าของบ้าน
ด้วยเหตุที่ผมเป็นลูกบ้านนี้ พอจะมีแรงและกำลังอยู่บ้าง
จึงต้องกลับไปทำหน้าที่และจัดการให้มันอยู่ในสภาพที่ควรจะเป็น
และจะพยายามทำทุกอย่างที่จะนำความเจริญมาสู่ที่ดินผืนนี้ต่อไป
...........

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง 25-26 มิ.ย.2554

พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง


พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง



พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง




พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง




พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง




พิธีจุดเทียนและพิธีเททองพระพุทธรูปวัดบางกร่าง
ผ่านไปด้วยดีครับสำหรับงานนี้ เริ่มจากช่วงเที่ยงวันของวันที่ 25 มิ.ย.

แล้วมาเสร็จกันในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 26 มิ.ย. 2554

ถ้าจะดูรูปแบบเต็มๆก็เข้าเว็ปของทางวัดได้เลยครับ

........