วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป-พระราหู


16 ก.ค. 2552



๑/๙

นี่เป็นพระองค์ที่ 1 จาก 9 องค์ที่จะนำไปถวายวัดครับ

พระองค์เล็กหน้าตัก 4 นิ้วฟุต นำไปถวายพระอาจารย์อั๊บ วัดท้องไทร อ.นครชัยศรี นครปฐม

ซี่งหลวงพ่อก็ให้ฝ้ายผูกข้อมือมาจำนวนหนึ่งสำหรับใส่ซองให้คนที่ร่วมสร้างพระครับ

องค์นี้ทำเพื่ออุทิศให้ครู-อาจารย์และศิษย์พี่ผู้ล่วงลับ

ส่วนองค์ใหญ่นั้นถวายที่กุฏิหลวงพี่ต้อยพระอาจารย์ประสิทธิ์ธมมฺโชโต วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)

ที่นี่หลวงพี่ต้อยก็ให้สายรัดข้อมือกวางเหลียวหลัง มาจำนวนหนึ่ง

สำหรับใส่ซองให้คนที่ร่วมสร้างพระเหมือนกันครับ




ถ่ายจากโทรศัพท์ตอนกลางคืนก็ขลังไปอีกแบบ



พระราหูอมพระอาทิตย์หรือจะเรียก สุริยะคราส-สุริยุปราคา ก็แล้วแต่
องค์นี้นำไปถวายที่กุฏิหลวงพี่ติ่งพระอาจารย์ติ่งสนฺตจิตโต วัดบางพระครับ
ทำเป็นสีดำปัดทอง
หลวงพี่ก็ให้รูปหล่อรูปเหมือนของหลวงพ่อเปิ่นมาด้วยครับ
ส่วนสายรัดข้อมือนั้นหลวงพี่ติ่งนัดให้ไปเอาที่หลังเพราะของหมด



พระราหูอมจันทร์หรือจันทรคราส-จันทรุปราคา
องค์นี้ถวายกุฏิ หลวงพี่ต้อยที่วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)นครปฐมครับ
ทำสีดำทองแดงถวายพร้อมพระองค์ใหญ่ทีอยู่ด้านบนครับ
คราวหน้าจะนำพระราหูนี้ไปถวายที่วัดศรีษะทองคู่หนึ่งตามที่ตั้งใจไว้นานแล้วครับ
ส่วนเรื่องอื่นๆก็ดูได้จาก
http://www.arts-108.blogspot.com/
ครับ

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)




ณ ขณะที่นั่งเขียนบล็อกนี้อยู่
ผมกำลังปั้นพระพุทธรูปอยู่ครับ จริงๆแล้วถ้านับถึงวันนี้ก็ หนึ่งปีเต็มแล้วครับ
หน้าตักพระประมาณ 45 ซม.
ใบหน้าจะออกไปทางแขกนิดๆครับ ตามนิมิตรของคนจ้าง
ฝ่าพระบาท มีรอยมงคล 108 ทั้ง2ข้าง
ประทับนั่งบนกองหญ้าคา
ซึ่งตามพุทธประวัติมหายาน
กล่าวว่ามีพราหมณ์ชื่อ สวัสติกะ เป็นคนถวายหญ้าคา 8 กำมือ
ด้วยความรู้สึกว่าอยากทำบุญ แต่ในต้วกลับหาได้มีสมบัติติดตัวแต่อย่างไดไม่
............................
ตลอดเวลาที่ปั้นนั้นสติแตกมาก
ของง่ายก็กลายเป็นของยาก
พอทำของยากให้ง่ายก็มีคนตีราคาเป็นแรงงานต่างด้าว
เดินสะดุดนั่นนี่ ของหายของใช้ชำรุด
กินได้น้อย น้ำหนักลด กลิ่นตัวเริ่มแรง
หัวใจเต้นแรงผิดสังเกตุจนคนรอบข้างสังเกตุได้
.......
เข้าใจแล้วว่าเลือดเดือดคืออะไร
ร้อนอก-ร้อนใจเป็นอย่างไร
ไฟสุมทรวงอาการเป็นอย่างไร
ถ้าฝืนทำต่อก็ถ้าไม่เส้นเลือดสมองแตกตายหรือพิการ
ก็ต้องมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นแน่ๆ
และไม่สบายใจอึดอัดอีกหลายอย่าง
...
เช้าวันหนึ่งผมก็โทรศัพท์ไปหาคนที่จ้างปั้น
ก็เล่าเรื่องอึดอัดต่างๆนาๆ ที่ผมเป็นให้ฟัง
แล้วผมก็เลยขออนุญาติถอดพิมพ์พระองค์นี้ บอกว่าจะไปถวายวัด
ซึ่งเจ้าของงานก็ร่วมอนุโมทนาสาธุด้วย
แต่ก็มาเอะใจว่าเคยฟังพระท่านว่าสร้างพระไม่ให้ทำคนเดียว
ควรหาคนร่วมสร้างด้วย
หลายคนก็บอกว่าจะทำทั้งทีทำไมไม่ทำฐานใหญ่ๆ
จะได้เขียนชื่อพระและคนทำลงไปที่ฐานพระด้วย
ก็อีกนั่นแหละเคยฟังพระท่านว่าการเอาชื่อเราไปติดที่ฐานพระนั้นไม่เหมาะอย่างยิ่ง
เราเป็นคนธรรมดาจะให้พระมากราบมาไหว้ชื่อเรานั้นเป็นการหาบาปใส่ตัวแท้ๆ
เพียงแต่คิดได้เท่านี้
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงเพียงแค่ข้าวคืน
ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสะบายเนื้อสบายตัวบอกไม่ถูก
หัวใจเริ่มเต้นเป็นปรกติ บอกบุญใคร หรือชักชวนใครก็ร่วมยินดี
และอนุโมทนาสาธุด้วย
งานการเริ่มเป็นปรกติสิ่งดีๆเกิดขึ้นตลอดเวลา
ยังไม่ทันเจรจากับลูกค้าเขาก็เสนอผลประโยชน์ให้อย่างง่ายๆ
แล้วชีวิตเริ่มเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่ารอบปีที่ผ่านมา
.....
ทั้งหมดนี้ผมสรุปเอาเองว่า
บารมีตัวเองไม่ถึง
เบื้องบนไม่เปิดทางหรือเราไม่บอกกล่าว
หรือกำลังทำในสิ่งไม่เหมาะไม่ควร
.........................................
อาทิตย์นี้ผมก็เลยบอกกล่าวเพื่อนๆที่สนิททุกคน
เขาก็ช่วยตามแรงครับ คนละ 5บาท 10บาท
ตอนนี้ก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ขาดเหลือเท่าไหร่คงเป็นหน้าที่ผมเอง
อาทิตย์หน้านี้จะถอดพิมพ์แล้วครับ
ทำไปเรื่อยๆให้ใด้ 9องค์ภายในปีน้
จะถวายไปตามวัดต่างๆให้ทั่วทุกภาค
หรือถ้ามีคนขอทำบุญนำไปต่างประเทศก็ไม่ขัดข้อง
แต่จะหล่อเป็นวัสดุ ไฟเบอร์กลาสครับเพราะเหมาะสมแก่กำลังทรัพย์
เเละเบาขนย้ายได้สะดวก ซ่อมง่าย
แต่สีนั้นอาจจะทำสีเหมือนจริง หรือไม่ก็เป็นสีทองครับ
...................................................
การกระทำในครั้งนี้ถ้ายังพอมีอานิสงค์ อยู่บ้าง
ลูกขออุทิศบุญกุศลทั้งหมดถวายเป็น
พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา คุณบิดามารดา
ครูอาจารย์และท่านผู้มีคุณธรรมทุกท่าน
และลูกขอนมัสการเดชานุภาพแด่พระคุณท่านผู้มีคุณอย่างยิ่ง
กรรมในส่วนใดอันที่ลูกได้กระทำไปโดยเป็นการล่วงเกิน
มิบังควรในการใด โดยรู้เท่าถึงกาลก็ดี
ไม่รู้เท่าถึงกาลก็ดี ในกาลใดๆก็ดี
โดยแสดงออกด้วยกาย วาจา ใจ
ในการกระทำอันมิบังควรนั้น
ลูกขอนมัสการขอขมาพระคุณท่าน
และขอพระคุณท่านได้งดโทษ เว้นโทษนั้นๆ
ในประการทั้งปวงแก่ลูกด้วยเถิด
ด้วยพระคุณธรรมอันประเสริฐ
แด่พระคุณท่านทั้งปวง
ลูกกราบนมัสการโอกาสการกระทำ
เพื่อความเป็นธรรมกับชีวิต
เพื่อจักได้รางวัลกับชีวิต ความเป็นอยู่
เพื่อบุญ-กุศล เจริญสืบต่อไปสู่ความพ้นทุกข์
ทั้งในโอกาสต่อไป ในโอกาสปัจจุบัน
ในกาลทุกเมื่อเจริญสืบต่อไปดัวย
........เทอญ.......
.......................******//******.......................

ส่วนเรื่องอื่นๆของผมก็ดูได้จาก
ครับ

แกะโฟม พระปรางค์วัดอรุณฯ(Foam caving)

ความละเอียดของลายบนแผ่นโฟม






วันนี้เอารูปงานแกะโฟมมาลงไว้ครับ
เป็นงานแกะโฟมรูป วัดอรุณฯ
แกะแบบง่ายๆแต่ใช้สัดส่วนจริง
หลังจากแกะโฟมเสร็จแล้วก็ทำสีตามที่เห็นในรูปครับ
สูง 4 เมตรโดยประมาณ
เบายกมือเดียวสบายๆครับ แต่เข็งแรง
ลายละเอียดของงานก็พอสมควรครับ
มีเวลาทำงานไม่ถึงอาทิตย์
ใช้ในงานประมาณอาทิตย์ ก็รื้อเก็บ
ส่วนงานอื่นที่เคยทำมาก็ดูเพิ่มเติมได้ที่
ครับ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ตราสัญลักษณ์(logo)

ตราสัญลักษณ์ ตัวใหม่
กองทัพภาคที่1 ขนาด 30 ซม.









สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ฯ ขนาด 60 ซม.

ส่วน2ชิ้นนี้ขนาด 9 นิ้วฟุตครับ
ขนาดตั้งโต๊ะ



ช่วงนี้มีงานทำตราสัญลักษณ์ต่างๆเข้ามาเยอาะมากครับ
ล่าสุดก็มีตราของ กองทัพภาคที่1
งานนี้ความยากง่ายไม่ได้อยู่ที่
รายละเอียดและขนาดครับ
แต่ความยากอยู่ที่
เป็นงานของอาจารย์ที่โรงเรียนเพาะช่างครับ
อยากเพราะว่าต้องรับงานกันคนที่มีสายตาคมไม่เหมือนชาวบ้าน
อาจารย์ท่านนี้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของคนทำงานจิตรกรรม
ฉะนั้นการทำงานต้องนึกถึงตอนอาจารย์ตรวจงานเป็นพิเศษครับ
อาจารย์ท่านมีความเนี๊ยบมากทุกรายละเอียด
แต่ก็ผ่านได้ด้วยดีครับ
.........................
ช่วงนี้ก็กำลังทำตราสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ
ส่วนเรื่องอื่นๆคลิกดูที่
http://www.arts-108.blogspot.com/




.................................................


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เหตุเกิด ณ จตุจักรพลาซ่า(top art studio)




วันจันทร์ที่ 4 พ.ค.2552ที่ผ่านมานั้น
ผมแวะไปหาเพื่อนที่ สวนจตุจักร มาครับ
ชื่อว่าร้าน"ท็อปอาร์ต สตูดิโอ"ครับ
ภาษาฝรั่งเขียนว่า"Top Art Studio"
มีอยู่ด้วยกัน 3 คนครับ
2คนนั้รู้จักตอนเข้าเรียนที่"เพาะช่าง"
คือ แหลม หรือที่ใครๆเรียกว่า ต้น เล่นกีต้าร์ได้สุดยอดมาก
แล้วก็ เป๊าะ
ส่วนอีกคนรู้จักตอนไปทำงานที่ภูเก็ตครับ
ก็คือพี่ อ๊อด
พี่อ็อดกับเป๊าะนั้นจบจาก วิทยาลัยช่างศิลป์ ครับ
ส่วนแหลมหรือต้นนั้นจบจาก ราชมงคลคลองหก
สุดท้าย ณ ตอนนี้ก็ วกกลับมาเจอกันที่ สวนจตุจักร
ก็ตามประสาคนคุ้นเคยครับ
เลยอยากแนะนำไว้
สำหรับใครที่อยากได้งานศิลปะไว้ครอบครอง
ก็ลองแวะไปที่ จตุจักร พลาซ่า โซนบี ซอย5ครับ
เปิดทุกวัน หรือถ้าอยากติดต่อสอบถามโดยตรงก็ที่
อ็อด อนุชิต ภาสะลักษณ์ 081-767-0380
ต้น นฤชา เจนการกิจ -เป๊าะ 089-503-4027
...............................................
หาอ่านเรื่องต่างๆของผมเพิ่มเติมได้จาก
http://www.arts-108.blogspot.com/

ครับ