วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

วัดดาวเรือง
ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

พระพุทธรูปและอื่นที่ถวายวัด

พระครูสันติสารธรรม
(คำสิงห์ สนฺตจิตฺโต ป.ธ.๓)
อดีตเจ้าอาวาสวัดดาวเรือง บ้านเม็ง
เจ้าคณะตำบลบ้านเม็ง เขต ๑
อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น
...........

องค์นี้เป็นองค์ที่ ๘ จาก ๙ องค์
ที่ตั้งใจจะทำถวายวัด
ที่จริงก็แล้วเสร็จนานแล้วครับ
แต่หาจังหวะที่ลงตัวได้ก้อวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. นี่เอง
มีการทำอาหารเลี้ยงพระ สังฆทาน
และปัจจัยต่างๆที่มีคนฝากร่วมทำบุญมาด้วย
วัดแห่งนี้เป็นวัดเล็กๆครับ
ส่วนประวัติของวัดและอื่นจะนำมาบันทึกไว้ภายหลัง
.................

http://www.arts-108.blogspot.com/

..............












วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

สวัสดี ปี ๒๕๕๓

วันนี้เป็นวันดี ที่สะสางงานและเงินให้ทีมงานเรียบร้อยแล้ว
ก็เลยมานั่งนึกว่าเราจะไปไหนดี
แว็ปขึ้นมาในสมองตอนนั้นคือไปวัดพระแก้วและอีก 2-3 วัดใกล้ๆกันนั้น
แต่จากประสพการณ์ปีที่ผ่านๆมาก็เลยมานึกดูว่า
ถ้าเราไปตรงกับวันที่ 31 ธค.-2 มค. คงไม่ดีแน่
เพราะคนแน่นมากถึงมากๆและมากสุดๆ
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเต็มไปหมดผิดจากที่เคยคิดว่า
คนหนีไปเที่ยวต่างจังหวัดหมดในกรุงเทพคงจะโล่งกว่าปกติ
.......
ทีนี้ไหนๆงานเราก็เสร็จแล้วรีบไปกันดีกว่า
ก็ได้ไหว้พระแก้วมรกตสมใจอยากครับ
สำหรับวัดแห่งนี้นะครับผมว่าต่อให้มาทุกวันเป็นปีๆก็ศึกษาได้ไม่หมดแน่ครับ
เพราะเป็นสถานที่ๆรวบรวมศิลปะวิทยาต่างๆของไทยไว้เต็มไปหมด

ออกจากวัดพระแก้วแล้ว ก็ ตรงไปขึ้นเรือข้ามฟาก
ไปต่อกันที่วัดระฆังโฆสิตาราม
หรือที่เรียกง่ายๆว่าวัดสมเด็จโตนะแหละครับ
ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่ผมไปบ่อยที่สุดพอๆกับวัดอินทร์บางขุนพรหม
ตอนจะกลับก็พอดีมีเรือนำเที่ยวมา โดยจะนำเราไปส่งที่
วัดอรุณฯ และวัดกัลยาณมิตรแล้วก็วนกลับมาที่วัดระฆังฯ
ด้วยค่าโดยสารไป-กลับ
30 บาทต่อคน

พอมาถึงวัดอรุณก็ไม่ลงครับนั่งต่อไปถึงวัดกัลยาฯเลย
กะว่าจะแวะวัดอรุณตอนขากลับแล้วข้ามไปท่าเตียนเพื่อจะไปวัดโพธิ์


พระประธานในโบสถ์วัดกัลยาฯครับ
ยิ่งใหญ่อลังการมโหฬารกว่าที่คิด
...............
เหตุที่ไปใหว้พระหนนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากบทความก่อนหน้านี้ครับ
ที่หลงผิดไปรับงานกับคนบางคนเข้า
ก็เลยไปกราบพระประธานที่วัด
เพื่อบอกกล่าว ขอขมาลาโทษ
ต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไป
และการถวายพระ 9 องค์ที่ตั้งใจไว้ก็ยังไม่ครบ
และไม่ทันในสิ้นปี2552นี้
แต่ก็ไม่เป็นไรครับเจตนายังคงเดิมและจิตใจยังพร้อมเสมอ
......
หลังจากนี้ก็ได้เตรียมงานที่จะปั้นพระองค์ใหม่แล้วครับ
ที่นี้จะปั้นตามตำราของครูบาอาจารย์จริงๆเป็นขนบประเพณีนิยมจริงๆ
ไม่ใช่ปั้นตามนิมิตรบิดๆเบี้ยวๆ ของคนบางกลุ่มบางอาชีพ
ไม่เรี่ยไร ทำเสร็จแล้วค่อยบอกกล่าวกับคนรอบตัว
จะไม่ให้พวกหมอดู-ร่างทรงและบรรดาลูกศิษย์
ที่แสวงหาผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างได
เพราะแรกเข้ามาก็ด้วยใจบริสุทธิ์แต่เมื่อมีคนมากเข้า
ก็เริ่มคิดแต่จะทำให้ซ้บซ้อนและซิกแซกเพื่อหวังผลตอบแทนในตอนหลัง

.............
เกี่วยกับงานอื่นที่ทำก็คลิ๊กที่

www.arts-108.blogspot.com

ครับ
.............





วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

พระพุทธรูป(buddha sculpture)


พระพุทธรูป(buddha sculpture)

นี่เป็นองค์ที่ 7 จากจำนวน 9 องค์ครับ
อยู่ที่วัด บางรักใหญ่ ถนนรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี นี่เองครับ
ส่วนอีกสององค์ที่เหลือก็คงจะมีโอกาสนำมาเผยแพร่ในคราวต่อไป
เรื่องอื่นๆก็เข้าดูได้ที่

www.arts-108.blogspot.com

ครับ
..........

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

ตั้งแต่ทำพระองค์นี้ถวายวัดเพื่อขอขมาลาโทษ
ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและครูบาอาจารย์
แล้วก็รู้สึกดีมากครับ
เงินเหลือนิดหน่อยก็นำไปบริจาคที่โรงพยาบายสงฆ์
ทีนี้
ในปี 2553 นี้ก็เลยคุยกับเพื่อนที่สนิทกันว่าอยากจะทำพระองค์ใหญ่
หน้าตัก ซัก 30 นิ้ว ก็เลยวางแผนค่าใช้จ่ายและการทำงาน
ก็พอดีมีพี่ที่ให้ปั้นพระพิราพมีน้ำใจช่วยเหลือ
แต่ไม่ใช่เป็นตัวเงินนะครับ
ให้เป็นองค์พระพิราพมาจำนวนหนึ่งเพื่อให้คนบูชา
แล้วนำเงินนั้นมาเป็นทุนในการทำพระ
ซึ่งลายละเอียดพระพิราพผมเคยลงไว้ในบล็อกแล้ว
พระที่จะสร้างปีหน้านี้จะเป็นปางสะดุ้งมารหรือมารวิชัยครับ
วางแผนไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จภายในช่วงเข้าพรรษา2553
ตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยหาที่ถวาย
อยากหาวัดที่ขาดแคลนจริงๆหรือถ้ามีใบบอกบุญจากทางวัดมาก็ดีครับ
ส่วนจำนวนนั้นก็คงแล้วแต่ปัจจัยที่มี
คงไม่น้อยกว่า 3 องค์ในการประเมินคร่าวๆ
..........
ส่วนงานที่ไม่เกียวกับการทำพระก็คลิกที่
........

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พระพุทธรูป(buddha sculpture)
















พระพุทธรูป(buddha sculpture)



ปกติพระที่นำไปถวายวัดจะทำสีทองครับ



แต่พอดีว่าเงินที่มีคนช่วยทำบุญมานั้น มีเหลือจำนวนหนึ่ง



ก็เลยนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำสีครับ



ผิวขององค์พระนั้นจะเหลือบทองครับ



สีจีวรพระก็จะทำสีกลักเป็นสีของพระวัดป่า



ทีนี้ถ้าองค์ต่อไปก็จะทำสีจีวรพระเป็นสีออกเหลือง



ซึ่งเป็นสีของวัดบ้าน



ส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับการทำพระก็เลือกดูที่บทความด้านข้างนะครับ



หรือจะเข้าไปดูที่






ก็ได้ครับ