วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี


พระพิราพ พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี
ต่อจากบทความตอนที่แล้วนะครับ
หลังจากที่ได้ถวายพระพิราพองค์นี้ที่วัดบางกร่างไปแล้ว
และนอนรักษาอาการเจ็บหลังพักนึง
ทางอาจารย์ท่านก็เรียกให้ไปเอากลับมาเขียนสี
พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี
ประมาณ 2 อาทิตย์ กับการเขียนสีพระพิราพองค์นี้
ราบรื่นดีทุกอย่างครับ
พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี
ปัญหาของการเขียนสีนี้ก็คือ
ตอนแรกที่ทำสีทองล้วนๆนั้น
ผมพ่นหลายรอบมากและทองที่พ่นจะมีลักษณะผิว
ค่อนข้างมันเงา
ดังนั้นสีที่เขียนทับลงไปซึ่งเป็นสีมุขน้ำอะครายลิก
จึงต้องทาสองเที่ยว เพื่อให้ได้สีที่แน่นหนา

พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี

สำหรับใครที่อยากไปดูไปชมองค์พระพิราพองค์นี้
ก็เชิญได้ครับที่วัดบางกร่าง
หรืออยากจะเช่าบูชาพระพิราพแบบแขวนคอ
ก็มีทั้งที่เนื้อผงที่เขียนสีและเนื้อม่วงไม่เขียนสี
เลี่ยมกันน้ำเสร็จให้บูชากันครับ
ท่านเจ้าอาวาสใจดีเมตตาสูงครับ
หรือถ้าจะติดตามความเคลื่อนไหวของทางวัดก็
ไปไม่ถูกจะโทร ถามทางผมก็ได้ครับ
เบอร์โทรก็อยู่ส่วนหัวของบล็อกครับ
แต่สำหรับวันนี้
สว้สดี
.........

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี

วัดบางกร่าง จ.นนทบุรี
วันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. 2553
พิธีเจริญพระพุทธมนต์คาถาบังไพรเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
และพิธีจุดเทียนมงคลประจำตัวบูชาพระรัตนตรัย
พิธีเจริญพระพุทธมนต์คาถาบังไพรเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
และพิธีจุดเทียนมงคลประจำตัวบูชาพระรัตนตรัย
พิธีบรวงสรวง ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี

พระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 18 ก.ค.2553 ที่ผ่านมา
ได้มีโอกาสไปร่วมงาน
พิธีเจริญพระพุทธมนต์คาถาบังไพรเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
และพิธีจุดเทียนมงคลประจำตัวบูชาพระรัตนตรัย
ที่ วัดบางกร่าง นนทบุรี
และในงานนี้ก็ได้มีการสร้างพระพิราพที่เห็นในภาพ
ถวายที่วัดบางกร่าง หนึ่งองค์ครับ
ส่วนมูลเหตุแห่งการสร้างพระพิราพถวายที่วัดบางกร่างครั้งนี้
ก็เนื่องมาจากบทความก่อนหน้านี้ที่ผมได้มีโอกาสปั้นพระพิราพ
เพื่อนำไปส่งที่ จ.อ่างทอง
ครั้นกลับมาถึงที่ทำงานเตรียมจะทำลายแม่พิมพ์
ที่ใช้หล่อองค์พระพิราพก็ปรากฎว่าสภาพแม่พิมพ์พระพิราพ
ยังอยูในสภาพที่สมบูรณ์มาก ก็เลยเกิดความโลภขึ้นมาในใจ
แต่มาเอะใจว่า ตอนที่ทำพิธีก่อนการสร้างพระพิราพองค์นี้นั้น
อาจารย์ให้อธิษฐานขอเอาว่า
จะทำกี่องค์เวลาเท่าใร
ที่จำได้คือ หนึ่งองค์ สามเดือน
ด้วยเหตุนี้เองการที่จะทำขึ้นมาอีกหนึ่งองค์
จึงเป็นการผิดคำพูด
ก็เลยปรึกษากับท่านผู้เป็นเจ้าของงาน
ท่านก็อนุญาตให้ทำ
ส่วนทางอาจารย์ของผมเองก็บอกว่าทำใด้
เราไม่ใด้ทำค้าขายเอากำไรก็ไม่เป็นไร
ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น แต่ที่เป็นสีทองล้วนๆนั้น
เหตุผลก็คือผมทำตามกำลังที่จะทำได้ครับ
ก่อนออกจากวัดมาก็ได้ยินอาจารย์บอกว่า
เดี๋ยวจะหาคนมาทำสีเครื่องประดับและผ้านุ่งพระพิราพ
ส่วนคืบหน้าจะออกมาอย่างใรนั้นก็
โปรดติดตามตอนต่อไป
.......
ส่วนเว็บไซส์ของทางวัดบางกร่างคือ
ครับ
.......

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พระพิราพ





27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาศไปส่งงาน

รูปปั้นพระพิราพที่ แถวๆ จ.อ่างทอง ครับ

การทำงานตลอดระยะเวลาเกือบจะ 3 เดือน

และการเดินทางเป็นไปโดยราบรื่น

ทีมงาน ฝนฟ้า หรือว่าอุปสรรคไดๆไม่มีครับ

เริ่มจากทำการปั้นแต่งองค์พระพิราพตลอดจนถึงการขัดแต่งทำสี

นั้น มีแต่ได้ตลอดเลยครับก็เลยคิดเอาเองว่า

สำหรับผู้ที่สร้างพระพิราพองค็นี้ไว้บูชาแล้ว

ก็คงจะมีแต่ได้ก้บได้เช่นกัน




หลังจากลาเจ้าของงานเสร็จ
ขากลับก็แวะเข้าอยุธยาครับ
โดยไปที่วัด ใหญ่ชัยมงคลก่อนแล้วก็ไปที่วัด
พนัญเชิงฯ ก่อนเดินทางกลับ
...............
เสร็จงานนี้ก็คงต้องเริ่มปั้นพระพุทธรูปที่ตั้งใจไว้
ตั้งแต่บทความตอนที่ผ่านมาเลย
เพราะอยากให้เสร็จก่อนออกพรรษา
อย่างช้าไม่น่าเกินสิ้นปีนี้
ส่วนจะออกมาเป็นรูปร่างอย่างไรนั้นก็
คงจะมีโอกาสนำเสนอในคราวต่อไปครับ
..........
สำหร้บพระพิราพองค์นี้นั้นติดตามได้จาก

http://www.arts-108.blogspot.com/

ถ้าบทความคลาดเคลื่อนหรือ
ผิดพลาดส่วนใดก็ติดต่อเข้ามาได้
ตามเบอร์ ที่อยู่ส่วนหัวของบล็อกครับ
.....สว้สดี.....

************************

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

พระพุทธลีลาประทานพร

เมื่อซักปลายปี 2552
ผมไปเจอ พระพุทธรูป องค์หนึ่ง
พุทธลักษณะ งดงาม ครับ
ด้วยเหตุที่พระหัตถ์ข้างซ้ายหัก
จึงมีคนนำมาทิ้งไว้ที่โคนต้นโพธิ์ภายในวัด
อ่านดูที่ฐานพระเขียนว่า
พระพุทธลีลาประทานพร
ครั้งแรกที่เจอก็ยังลังเลใจอยู่ว่าจะเก็บมาดีหรือไม่
แต่พอเสร็จธุระในวัดแล้วก็กล้บไปทำงานต่อตามปกติ
อยู่มาไม่กี่วันก็มีนัดต้องไปคุยงานแถวนั้นพอดี
หลังจากคุยงานเสร็จก็แวะเข้าไปวัดที่ว่านี่ครับ
พระพุทธรูปองค์นี้ก็ยังอยู่ที่เดิม
ผมก็เลยขอถุงจากแม่ชีพร้อมกับบอกว่าผมจะเอาไปซ่อม
แม่ชีก็อำนวยความสะดวกตามขอครับ



หลังจากซ่อมแซมส่วนที่หักและทำสีใหม่แล้ว
ก็ออกมาอย่างที่เห็นครับ
แล้วก็ได้นำไปถวายวัดพร้อมกันกับพระองค์อื่นๆในบทความที่เคยลงไว้แล้ว
ก็ไม่รู้ว่าทำไมเวลารูปเคารพชำรุดเราต้องนำไปทิ้งตามวัด
พอมีคนมาเห็นเข้าก็ทิ้งไปตามๆกัน
ก็เลยกลายเป็นกองขยะกองใหญ่
ไม่มีใครกล้าเก็บไปซ่อมให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

.............................

ส่วนอื่นก็
ครับ
......................

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

พระพุทธรูป(buddha sculpture)

วัดอรัญญวิโมกข์(วัดป่า)


วัดอรัญญวิโมกข์
แห่งนี้ก็ตั้งอยู่ที่
ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น
หรือที่เรียกง่ายๆว่า วัดป่า
ถวายเป็นองค์ที่ 9 ครับ
หลังจากเลี้ยงพระที่วัดดาวเรือง(วัดบ้าน)เสร็จแล้ว
ก็ไปถวายที่วัดป่าต่อเลยในวันเดียว
..........
งานนี้ก็ได้คนมากมายหลายคนช่วยเหลือ
จึงสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ
ทีมงานทุกคน หรือแม้แต่หลายคนที่ไม่รู้จักกันก็ร่วมทำบุญด้วย
ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ถึงแม้จะมีอุปสรรคบ้างเล็กๆน้อยๆ
ก็แค่พอรำคาญใจ
คิดเสียว่าปกติเราก็ไม่เคยได้งานอะไรที่มันง่ายๆอยู่แล้ว
เจอแต่ละงานก็ที่คนอื่นไม่ทำหรือทำไม่สำเร็จทั้งนั้นแหละ
.................
มานึกดูอีกที
จะว่าพระองค์นี้เป็นองค์ที่ 9 ก็ไม่น่าจะใช่
เพราะเมื่อปลายปีที่แล้วทีมงานที่ช่วยทำพระ
ก็ขอหล่อ 1 องค์ จะเอาไปถวายวัดทำบุญรวมญาติ
นั่นแสดงว่าทำไปแล้ว 10 องค์ครับ
ก็ดีใจครับที่สำเร็จแบบทะลุเป้า
...............
อื่นๆที่เกี่ยวกับการทำมาหาเลี้ยวปากเลี้ยงท้องก็เข้าไปดูที่

http://www.arts-108.blogspot.com/

.........................