วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

เปิดเข้ามาดูบล็อกตัวเองแล้วตกใจ

ว่าเราไม่มีข้อมูลอะไรมาลงเลยตั้งแต่ ปีใหม่แบบฝรั่งๆ เรื่อยมานี่ก็ใกล้จะปีใหม่แบบไทยๆเต็มที

พอดีช่วงนี้ว่างจัดก็เลย เอาซะหน่อย

จริงๆแล้วเป็นกะลาตาเดียวที่ผมแกะไว้นานแล้วครับ

กำลังนั่งนึกอยู่ว่าจะแกะอะไรไว้ที่ด้านหลังดี

ก็พอดีไปเห็นตัวอย่างการแกะพระสังข์กัจจาย

ลงบนกะลาตาเดียวแล้วรู้สึกชอบ ก็ลงมือเลยครับ



กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

ระหว่างที่กำลังแกะอยู่นั้นก็หาแบบไปแกะไป

ก็บังเอิญไปได้แบบมาแบบหนึ่ง

เป็นพระผงที่มีพี่คนหนึ่งให้มา รูปพระสังข์กัจจาย

นั่งซ้อนทับบนพระปิดตาแล้วรู้สึกชอบมาก

ก็เลยแกะพระปิดตาซ้อนลงไปอีกที ก็ออกมาอย่างที่เห็นครับ

กะลาตาเดียว(ตกมันด้วย)

มันมีเรื่องแปลกอยู่ว่า ผมแกะกะลาตาเดียวลูกนี้ก็นานนับปีแล้วครับ

แต่ไม่เห็นจะมีน้ำมันออกมาเลยซักนิด

จนกระทั่งมาแกะพระสังข์กัจจายซ้อนทับพระปิดตา

พร้อมกับยันตร์สริยะฯ-ยันตร์จันทระฯ นี่แหละ

น้ำมันซึมออกมาจนเงาวับไปทั้งลูกเลย แล้วน้ำมัน มาจากไหน ?

เก็บความสงสัยในใจ จากนั้น ก็นำไปให้อาจารย์ท่านเจิมซะหน่อย

แล้วก็นำไปเข้าพิธีที่วัดอีกรอบ

ณ ปัจจุบันนี้ น้ำมันได้แห้งไปหมดแล้วครับ

ก็ เป็นอันเสร็จพิธีแต่เพียงเท่านี้

งานอื่นๆก็ดูจากลิ๊งข้างๆนะครับ สวัสดี

............ .........

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี

พระพิราพ วัดบางกร่าง
สีที่เห็นนั้นเกิดจากสีของมวลสารล้วนๆครับ
อาวุธพระพิราพใช้ไม้จริง ส่วนหอกก็เป็นใบเหล็กจริงๆ
พระพิราพ วัดบางกร่าง
ส่วนท่านที่อยากได้หน้าเล็กๆขนาดแขวนคอก็มีครับ
สอบถามได้จากที่วัดบางกร่างเลยครับ

สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี




สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี
ภาพข้างบนนั้นเป็นภาพพิธี เมื่อ 23 ตค.2553(วันปิยะมหาราช)


โดยคณะสงฆ์จากวัดมหาธาตุ สนามหลวง





สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี





วันนี้นำข่าวคราวของทางวัดบางกร่างมาบอกกล่าวครับ





ตอนนี้กำลังจัดสร้างพระพิราพอยู่ เพิ่งจะส่งมอบไป





ได้ 32 องค์ จากทั้งหมด 99 องค์


เห็นมีการสอบถามกันมามากเกี่ยวกับพระพิราพ





องค์ที่เคยทำไปซึ่งก็หมดไปตั้งนานแล้วครับ






สั่งจองพระพิราพ วัดบางกร่าง นนทบุรี



สังเกตุดูว่าไม่ใช่บล็อกเดิมที่เคยทำนะครับ



ส่วนจะแตกต่างกันตรงไหนก็ไปดูของจริงได้ที่วัดบางกร่าง


มีให้ดูเปรียบเทียบกัน



ใครที่สนใจก็ติดต่อไปที่



โทร.02-446-2986



งานนี้ด้านหน้ามีป้ายชื่อบอกว่าเป็นพระพิราพวัดบางกร่างชัดเจนครับ



ส่วนด้านหลังนั้น จะลงหมายเลข ตั้งแต่ ๑-๙๙



ตามที่เห็นในรูปครับ



ใครที่ชอบเลขมงคลหรือเลขที่ถูกโฉลกกับตัวเอง



หรือแม้แต่เลขทะเบียนรถของตัวท่านเอง



ก็คงต้องรีบจองหมายเลขดังกล่าวนะครับ



เพราะตอนนี้บางหมายเลขก็ได้มีคนจองไปบ้างแล้ว



ส่วนมวลสารสักดิ์สิทธิ์ก็บรรจุลงทุกองค์ครับ



เยอะมาก บางองค์ที่ตั้งไว้ในที่ๆอากาศร้อนจะมีกลิ่นหอม



อ่อนๆออกมาซึ่งเป็นกลิ่นของมวลสารที่ทางวัดกำหนดใบรรจุลงไป



ทีนี้จะมีบางองค์ที่เวลาเขย่าจะมีเสียงเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน



ก็ต้องตอบว่า เป็นหน้าพระพิราพหน้าเล็กที่จะทำแจกแก่ท่านที่ไปร่วมงาน



ทอดกฐินสามัคคีในวันอาทิตย์ที่ 14 พย. 2553 นี้



จะเป็นหน้าที่ขัดแต่งไม่ไหวหรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์



ทีนี้จะนำไปทิ้งไหนก็ไม่ได้ เสียดายมวลสาร



ก็จำเป็นต้องอัญเชิญเข้าไปไว้ในองค์ที่ว่านี่แหละครับ



...........



วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เที่ยวอุทัยธานี

สังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
บรรจุในโลงแก้ว ภายในวิหารแก้ว
..
หลังจากเสร็จงานวัดบางกร่าง
นนทบุรี แล้วก็รีบกลับบ้านพักผ่อน
เพราะเช้าวันอาทิตย์ที่ 3
มีโปรแกรมไป จ.อุทัยธานี
โดยมีจุดหมายหลักอยู่ที่ วัด ท่าซุง
ก้อตั้งใจไว้นานมากแล้วว่าจะไป
ก็พูดลอยๆกับพี่คนหนึ่งว่าอยากไปเที่ยวบ้านเขา
เพราะเขาเป็นคนอุทัยฯ
และเลยไปเที่ยววัดท่าซุงด้วย
พี่เขาก็บอกว่าเดี๋ยวถูกหวย 2 งวดซ้อนได้ไปแน่
ก็เข้าล็อกครับ งวดนี้(1 ต.ค.)ถูกทั้งผัวทั้งเมียเราก็เลยพลอยโชคดีไปด้วย
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ภายในวิหารแก้ว
สวยงามมากครับประดับด้วยกระจก
เวลาโดนแสงไฟแล้วระยิบระยับงามตามาก
โล่งโปร่งสะบายในความรู้สึก
แต่ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะทางวิหารจะปิดทำกิจกรรม
ตามปกติของทางวิหารประมาณ
11.30-14.00 น.


หลังจากนั้นก็เข้าไปชมวิหารทองคำซึ่งอยู่ด้านในสุด
ก็สวยงามมากครับ แต่เสียดายเข้าชมได้เฉพาะชั้นแรก
ลวดลายที่ประดับก็สวยงามมาก สังเกตุว่าลวดลายบางส่วนเป็นงาน
หล่อไฟเบอร์กลาส ลงรักปิดทอง ประดับกระจกครับ


สังเกตุสีดำๆที่ใต้มือพระพุทธรูปนะครับ
เป็นผึ้งหลวงครับ


หลังจากเที่ยวดูในวัดได้เวลาพอสมควรแล้วก็
กลับออกมาเพื่อเดินทางต่อไปที่เขาสะแกกรัง
ตลอดระยะทางที่เดินทางนั้นทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
จะต้องมาที่วัดนี้อีกแน่ๆเพราะติดใจความงาม
และยังเที่ยวชมไม่หมด

เมืองพระชนกชนนี
ถ่ายบนยอดเขาสะแกกรัง
จะมองเห็นตัวเมืองอุทัยฯทั้งหมดเป็นจังหวัดเล็กๆ
สงบดีน่าอยู่ครับต้นไม้เยอะมาก
ส่วนอีกฟากหนึ่งของเขาสะแกกรังจะเป็นบรรยากาศทุ่งนา
เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา

บนเขาสะแกกรังก็จะมีรอยพระพุทธบาทจำลอง
ส่วนระฆ้งใบใหญ่นั้นสร้างสมัย รัชกาลที่ 5
ด้านหลังของผมก็จะเป็นบันไดทางขึ้น-ลง เขา
ก็จะเป็นทางที่พระเดินลงมาบิณฑบาตร
จากเขายาวเป็นแถวที่เห็นตามสี่อต่างๆนั่นแหละครับ
ซึ่งปีนี้งานดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 23-24 ต.ค.นี้
เป็นวันออกพรรษาพอดีครับ
...
ขากลับหลังจากแวะที่บ้านเจ้าของพื้นที่แล้วก็เดินทางกลับ กทม.
โดยใช้เส้นทาง การุ้ง-หันคา-สุพรรณฯ
ปรากฏว่าเป็นเส้นทางที่เปลี่ยวมาก
และบังเอิญว่าฝนตกหนักมากตลอดทางที่ออกมาจากการู้งถึงกรุงเทพฯ
แต่ก็กลับมาโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยดีทุกคน
ทั้งหมดนี้ก็สมควรแก่เหตุนะครับ
สวัสดี
.....

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วัดบางกร่าง นนทบุรี

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาฯ 2553 ที่ผ่านมา
มีงานที่วัดบางกร่าง นนทบุรี
ก็เป็นงานประจำเดือนของทางวัดครับ
มีทุกเดือนแต่วันเวลาแล้วแต่ทางวัดกำหนด
อากาศเย็นสะบายเพราะฝนตก
งานนี้ประธานจุดเทียนและนั่งปรกอธิฐานจิตไม่ธรรมดาครับ
หลวงพ่อคูณ สุเมโธ
วัดป่าภูทอง อ. บ้านผือ จ.อุดรธานี
ส่วนรายละเอียด ของหลวงพ่อคูณ สุเมโธ นี้
ก็คงต้องเข้าไปดูที่
พระพิราพ
ในงานวันนั้นทางท่านอาจารย์เจ้าอาวาสวัดบางกร่างได้มีการ
นำมวลสารที่เตรียมจัดสร้างพระพิราพเข้าร่วมในพิธีด้วยครับ
แล้วทางวัดบางกร่างจะสร้างพระพิราพไปเพื่ออะใร
ก็ตอบว่า ไว้สำหรับ แจกทุกท่านที่ไปร่วมงาน
ทอดกฐินสามัคคีของทางวัดบางกร่าง ในวันที่ 14 พฤษจิกายน 2553
ตรงกับว้นอาทิตย์ หมดแล้วหมดเลยครับสำหรับรุ่นนี้
ขนาดของพระพิราพที่เห็นในรูปนั้นประมาณ
หัวแม่มือครับ ขนาดกำลังพอดี
แขวนได้ทั้งชายและหญิง
ผงมวลสารกลิ่นหอมมากๆขนาดเก็บไว้ในโหลปิดสนิท
กลิ่นก็ยังหอมครับ แต่จะทำมาจากอะไรนั้น
ก็ตอบว่าไม่รู้ครับไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย
เดาว่าน่าจะเป็นจำพวกไม้หอมไม้มงคล ว่าน ฯลฯ
หลังจากได้รับมวลสารแล้วก็กราบลาท่านเจ้าอาวาสกลับ
เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นต้องเดินทางไกล
ส่วนจะไกลแค่ไหนก็............
โอกาสหน้า-ในเร็ววัน ครับ
........
http://www.arts-108.blogspot.com

..........

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

พิธีไหว้ครู วัดบางกร่าง นนทบุรี

พิธีไหว้ครู 12กันยายน 2553
ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี

พิธีไหว้ครู วัดบางกร่าง นนทบุรี
พิธีเริ่มประมาณเที่ยง
โดยมีพระปลัดศิริชัย เจ้าอาวาสจุดเทียนชัย
และอาจารย์สมาน เป็นพราหม์ในพิธีบวงสรวงฯ
และครอบครู


พิธีไหว้ครู วัดบางกร่าง นนทบุรี
งานนี้ ผมก็ไม่อาจพลาดได้เหมือนเดิม

พิธีไหว้ครู วัดบางกร่าง นนทบุรี

พิธีไหว้ครู วัดบางกร่าง นนทบุรี
วันนี้นำภาพบรรยากาศ
ในวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน 2553
มาให้ชมครับ
หลายคนเคยถามผมว่า
ทำไมระยะหลังนี้จึงลงเรื่องราวของวัดบางกร่างบ่อยจัง
คำตอบก็ที่อธิบายไว้ในบทความตอนที่ผ่านๆมานะครับ
ว่าวัดนี้เป็นวัดเล็กก็จริงแต่มีดีซ่อนอยู่ข้างใน
และยิ่งใหญ่กว่าที่คิด
ต้องเข้าไปสำผัสเองถึงจะรู้ครับ
.................
ลืมบอกไปอีกอย่าง อาหารที่ทำเลี้ยงแขกที่มาในงาน
อร่อยอย่าบอกใครนะครับ
....